Showing posts with label From pillar to post. Show all posts
Showing posts with label From pillar to post. Show all posts

Tuesday, 4 August 2020

ช่วงเวลาต่าง ๆ กับดรูว์ 13 (final)

ช่วงเวลาต่าง ๆ กับดรูว์ (final)
ดรูว์ไปเที่ยวงานวัด

---ทำความรู้จักกัน---

1.

วันนี้ผมพาดรูว์ไปสวนน้ำราคาแพงแถวบางนาอยู่ทั้งวัน สุดท้ายผมก็โมโหขึ้นมา เพราะเขาไม่ยอมเลิกว่ายน้ำทั้งที่ผมบอกให้หยุด แล้วหลังจากเกิดเรื่องเข้าใจผิดกับเหตุการณ์วุ่นวายอีกสองสามอย่างระหว่างทางกลับบ้าน เขาก็ร้องไห้โฮออกมา

บทเรียนชีวิตราคาแพงฉิบหาย

คุณบีบอกว่าผมชอบเรียนรู้เรื่องเก่า ๆ ใหม่อยู่เรื่อย เพราะเขาเตือนผมหลายครั้งแล้วเรื่องพวกนี้ แต่ผมไม่เคยฟัง

อย่างหนึ่งที่ผมเรียนรู้วันนี้คือ ผมต้องพยายามควบคุมสภาพแวดล้อมของเราให้ได้

ฝูงชนที่สวนน้ำนั่นน่ากลัวมาก...ไม่มีเงินสด แต่ทุกอย่างใช้สายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์หมด ของทุกอย่างข้างในแพงกว่าที่อื่นสองเท่า และคิดเงินทุกเรื่อง แม้แต่ห่วงยางที่จำเป็นสำหรับเล่นสไลเดอร์

เพลงธีมสวนสนุกห่วย ๆ เปิดดังลั่นผ่านลำโพงตลอดทั้งวัน และแทบไม่มีที่ให้นั่ง เพราะที่นั่งทุกตัวมีคนจับจองหมด

ยอมรับว่าสไลเดอร์สนุกมาก เช่นเดียวกับสระน้ำที่ไหลวนรอบโครงสร้างเหมือนคลอง ซึ่งมีระบบสูบน้ำให้ไหลเร็วมาก

ที่สระทหารไม่มีของพวกนี้หรอก

แต่ผมต้องขึ้นทางด่วนไปถึงที่นั่น...ค่าแท็กซี่แพงฉิบหาย แล้วยังมีค่าทางด่วนเพิ่มอีก!

ไม่มีวันไปอีกแล้ว

อีเมลถึงพ่อกับแม่
31 ธันวาคม 2015

2.

เขาดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้น

เวลาที่เขาอยากเป็น เขาก็เป็นเด็กที่น่ารักได้เหมือนกัน

โดยรวมแล้วเขาเชื่อฟัง เพราะเขารู้ว่าผมมีภาระหน้าที่ของตัวเอง และบางครั้งก็ลำบากในการดูแลเขา

ผมเปิดอกคุยกับเขาเรื่องทุกอย่าง ซึ่งช่วยได้มาก

วันนี้ผมพาเขาไปว่ายน้ำ ทั้งที่เป็นวันทำงาน ซึ่งผมไม่ค่อยทำแบบนี้

เขารู้ว่าเราต้องออกจากสระให้ตรงเวลา 3.15 น. และไม่ได้พยายามยื้อเวลาอย่างที่ทำเป็นประจำ

เขารู้ว่าวันไหนผมทำงาน และผมเริ่มงานกี่โมง

เขายังรู้ด้วยว่าคุณบีเข้มงวด และจะเล่นงานผมหนักถ้าดรูว์ทำบ้านเละ

วันก่อนดรูว์เอาน้ำหนักตัวไปพิงราวแขวนผ้าในห้องน้ำ แล้วมันหัก

เขากังวลมากว่าคุณบีจะมีปฏิกิริยายังไง และสิ่งแรกที่ถามผมในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ ผมโทรเรียกช่างประจำคอนโดมาซ่อมหรือยัง

เขารู้ว่าผมรักเขามากและเป็นห่วงเขา...

เขาเคยเห็นผมร้องไห้เพราะเรื่องพวกนี้อยู่สองสามครั้ง และดูจะสนใจน้ำตาของผมเป็นพิเศษ

ผมคิดว่าเขาคงสงสารผม

ผมเองก็เคยเห็นเขาร้องไห้เหมือนกัน เพราะเขาเพิ่งแปดขวบ

เขาเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ใจแข็งใช้ได้ และพยายามทำตามความต้องการของทุกคน ในขณะเดียวกันก็พยายามดูแลความต้องการของตัวเองด้วย

แต่บางครั้งมันก็หนักเกินไปสำหรับเขา

เมื่อคืนหลังจากว่ายน้ำ ผมพาเขากลับบ้านแล้วเขาก็หลับไป

แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลุกเขาให้ตื่นอีกครั้ง เพราะเขาเป็นคนหลับลึกมาก

ครั้งแรกที่ผมพยายามปลุก เขาเริ่มร้องไห้ ผมเลยปล่อยให้นอนต่ออีกหน่อย

ในที่สุด หลังจากผมโทรหาแม่ของเขาอยู่หลายครั้ง เขาก็ยอมให้ผมพากลับบ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็ควรอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

อีเมลถึงพ่อกับแม่
10 มกราคม 2016

3.

หนุ่มน้อยดรูว์มีความสุขดี...

เขาร้องไห้ค่อนข้างบ่อย แต่เราก็เข้ากันได้ดี

เขาชอบออกคำสั่งผม แต่เวลาอารมณ์ดีเขาก็จะหอมแก้มและกอดผม ซึ่งผมก็ชอบ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมพาเขาไปว่ายน้ำที่แห่งใหม่

คุณบีให้เสื้อกันหนาวเขาตัวหนึ่ง เพราะช่วงนี้อากาศที่นี่หนาวมาก และผมก็ซื้อรองเท้านักเรียนให้เขาแล้ว

ดังนั้นน่าจะทำให้เขามีความสุขไปได้พักหนึ่ง!

อีเมลถึงพ่อกับแม่
26 มกราคม 2016

--เถียงกันเรื่องอายุ--

เมื่อวานผมพาเขาไปดูนักฟุตบอลซ้อมกันที่สนามท่าเรือ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน

เราทะเลาะกันเรื่องอายุ

ดรูว์ซึ่งชอบคิดว่าตัวเองแก่กว่าวัย ยืนยันว่าเขาอายุ 10 ขวบ

ผมบอกเขาว่าผมเคยเห็นสูติบัตรของเขาแล้ว และในนั้นเขียนว่าแปดขวบ

กลับไปถึงบ้านเขา ผมเอาสูติบัตรให้เขาดู

คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจำตัวเลขได้ถูกต้อง!

ดรูว์ยอมรับว่าเขาอายุแปดขวบ แต่ยืนยันว่าผมควรยอมรับด้วยว่า อีกแค่สองเดือนก็ถึงวันเกิดและเขาจะอายุเก้าขวบแล้ว

โอเค ๆ

เด็กพวกนี้มันต้องชนะให้ได้ทุกเรื่องเลยสินะ!

อีเมลถึงเพื่อนร่วมงานชื่อไมเคิล ซึ่งเป็นคุณพ่อมือใหม่เหมือนกัน
กุมภาพันธ์ 2016

---ปั่นจักรยาน---

ช่วงนี้เราเจอกันเกือบทุกวัน เพราะเป็นช่วงปิดเทอม

เราเริ่มออกไปปั่นจักรยานกันแล้ว

เขาปั่นจักรยาน ส่วนผมวิ่งตามอยู่ข้างหลัง

บางครั้งเขาอยู่ปลายถนนแล้วตะโกนเรียกให้ผมวิ่งตามมา เพราะเบื่อที่จะรอ

ผมบอกเขาว่า ตอนนี้ผมอายุ 50 แล้วนะ และต้องพักบ้าง!

อีเมลถึงพ่อกับแม่
มีนาคม 2016

---พิธีบวช---

สองสามวันแรกเต็มไปด้วยพิธีที่น่าประทับใจ ทั้งพิธีที่เด็ก ๆ ถูกพระโกนผม และอีกพิธีหนึ่งที่ผู้ดูแลจะนั่งอยู่ตรงหน้าเด็ก ๆ แล้วป้อนข้าวให้เหมือนตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก ๆ

กลางคืนก่อนนอน พวกเขายังได้รับการนวดหลังอีกด้วย

ลองนึกภาพดูสิ...

เด็ก 80 คนยืนหรือนั่งเรียงแถวกันเป็นแถว ๆ โดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้านหลังคอยนวดหลังให้ ขณะที่เด็ก ๆ สวมจีวรสีเหลือง!

วันแรกพวกเขาจะเรียกว่า “นาค”

แต่พอถึงวันที่สอง พวกเขาจะสวมจีวรสีเหลือง จึงกลายเป็น “เณร” หรือ “สามเณร” ซึ่งเป็นคำเรียกที่ถูกต้องสำหรับพระใหม่

เราไม่สามารถกอดหรือดุพวกเขาเหมือนที่ทำตามปกติได้ เพราะเมื่อเข้าสู่สมณเพศแล้ว พวกเขาไม่ใช่ฆราวาสอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนา

นั่นยังหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถออกไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์กับเด็กคนอื่น ๆ ตามปกติได้ แต่ต้องออกไปเล่นกันเป็นกลุ่มเณรแทน

อย่างไรก็ตาม ป้าอี๊ดกับผมพาดรูว์ไปที่วัดและเข้าร่วมพิธีด้วย

แขกที่ได้รับเชิญประมาณ 40 คน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูจากโรงเรียนใกล้บ้าน เดินไปหาเด็กทีละคนแล้วตัดปอยผมจากศีรษะของแต่ละคน

ในนั้นมีครูของดรูว์ ซึ่งผมเคยเจอมาแล้ว พ่อแม่จากในซอย และเจ้าอาวาส ซึ่งเอามือลูบท้องผมอย่างเป็นมิตรด้วย

ผมเป็นฝรั่งคนเดียวที่นั่น

นอกจากนี้ยังมีอดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชายชื่อกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเคยเรียนเมืองนอกและพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่พยายามหลบสายตาผม

ผมไม่ได้ไหว้เขา เพราะผมทนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น

ผมไปเยี่ยมดรูว์ที่วัดสามสี่ครั้งในช่วงสองสามวันแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปอีก

เขาเขินและอายต่อหน้าเพื่อน ๆ และไล่ผมกลับ

วันนี้ป้าอี๊ดจะกลับไปที่วัดเพื่อใส่ของถวายลงในบาตรเล็ก ๆ ของเขา ขณะที่พวกเขาออกบิณฑบาต

ดรูว์คาดว่าจะอยู่ที่วัดจนถึงวันที่ 21 เมษายน

ผมคิดถึงเขามากเหลือเกิน

แต่ผมรู้ว่าชีวิตในสลัมช่วงปิดเทอมนั้นน่าเบื่อ ผมจึงคิดว่าการที่พระดูแลเขาอยู่และสอนให้เขามีระเบียบวินัยบ้างก็คงเป็นเรื่องดี

อีเมลถึงพ่อกับแม่
8 เมษายน 2016

Dad in name only? 12

Dad in name only? 

ดูเหมือนสุดท้ายเขาคงเคยเล่าเรื่องผมให้พวกเด็ก ๆ ฟังอยู่บ้าง แม้ว่าผมสงสัยว่าเขาคงไม่ได้พูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราวนัก

เด็ก ๆ ในละแวกนั้นถามกันบ่อยจนผมเริ่มรู้สึกรำคาญ

พวกเขาคิดว่าผมควรยังอยู่กับดรูว์ เพราะในความคิดของเด็ก ๆ นั่นคือสิ่งที่พ่อทำ

ดรูว์โตเป็นหนุ่มแล้ว และเป็นนักฟุตบอลตัวยง

ผมยังเห็นเขานอนอยู่บนพื้นในบ้านของหมวย เล่นโทรศัพท์อยู่ แม้ทุกวันนี้ประตูบ้านจะปิดบ่อยกว่าเดิมแล้วก็ตาม

ผมยังเห็นยายอี๊ดอยู่แถวซอยเป็นครั้งคราว

ผมหลบหน้าเธอ เราเลยไม่เคยคุยกัน

ส่วนน้อย แม่ของเขา ซึ่งตอนนี้พ้นคุกออกมาแล้ว ก็ยังเช่าที่อยู่ในซอย

ผมเห็นเธออยู่บ้างเป็นครั้งคราว

ตอนนี้เธอมีผู้ชายคนใหม่ เป็นคนขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างถ้าผมจำไม่ผิด และเป็นคนที่อยู่แถวซอยเป็นประจำ

ผมไม่ได้เห็นเกสต์มาหลายปีแล้ว เพราะเธอไปอยู่ที่อื่น

ไม่นานหลังจากออกจากคุก น้อยบอกผมว่าเธอทำงานด้าน “จิวเวลรี่” อยู่แถวสีลม

แต่ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้เท่าไรนัก

Handing him back 11

Handing him back 

ผมพาดรูว์ไปสระของทหารอีกสองสามครั้ง แต่เมื่อหมวย ผู้ดูแลเขาตั้งแต่เด็ก ออกจากคุก ผมก็ส่งเขาคืนให้เธอและถอนตัวออกจากชีวิตของเขา

วันหยุดจากงานของผมเปลี่ยนไปด้วย และผมก็ไม่พร้อมจะสละเวลาหกชั่วโมงทุกวันเสาร์เพื่อพาเขาไปว่ายน้ำอีกแล้ว

หมวยกับครอบครัว ซึ่งรับหน้าที่ดูแลดรูว์ต่อจากหญิงชราสองคนนั้น ปฏิบัติกับผมอย่างเย็นชาอยู่หลายสัปดาห์ เพราะพวกเขาคิดว่าผมทอดทิ้งเด็ก

ตั้งแต่นั้นมาผมอธิบายกับดรูว์หลายครั้งว่าทำไมผมถึงถอนตัวออกจากชีวิตเขา และผมไม่ได้เป็นแค่ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่คอยผลักไสเขาจากคนหนึ่งไปหาอีกคนหนึ่ง

ผมสนุกกับช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เราไปสระว่ายน้ำ ร้านอาหาร และวัดแถวบ้านด้วยกัน

คนไทยที่เราเจอตามทางมักเข้าใจผิดว่าผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของเขา เพราะเราสองคนมีเชื้อสายคอเคเซียนเหมือนกัน

น่าเศร้าที่พ่อแท้ ๆ ของเขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีลูก และกำลังมาเที่ยวอยู่ในช่วงที่บังเอิญได้เจอกับน้อย แม่ของดรูว์

ผมเคยขอให้ดรูว์เรียกผมว่าพ่ออยู่บ่อย ๆ แม้แต่สักครั้งก็ยังดี

แต่ถึงเราจะสนิทกันมาก เขาก็ปฏิเสธ

เด็ก ๆ แถวบ้านต่างหากที่เชื่อว่าผมควรเป็นพ่อของเขา

คอนโดของผมอยู่ติดกับโรงเรียนประถม/มัธยมต้นที่เขาเคยเรียน — โรงเรียนเดียวกับที่ผมเคยเข้าไปคุยเรื่องผลการเรียนของเขา

เด็ก ๆ รู้ว่าผมเป็นคนดูแลดรูว์ แม้แต่เด็กที่ไม่ได้อยู่ในซอยใกล้บ้านผมก็ยังรู้

และเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากที่ผมส่งเขากลับไป พวกเขายังคอยถามผมว่า

ดรูว์อยู่ไหน?”

ผมจะปั่นจักรยานไปแถวนั้น แล้วอยู่ ๆ ก็มีเด็กคนหนึ่งตะโกนเรียกหรือไม่ก็หยุดผมเอาไว้

ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกัน 10

ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกัน

ผมเองก็ไม่ชอบหน้าตาของคนที่ดูแลพวกเขาเท่าไร

พระรูปหนึ่งที่ผมเห็นเดินวนเวียนอยู่แถวเด็ก ๆ สวมจีวรสกปรก ๆ และมีรอยสักเต็มตัว — จะเป็นรอยสักแบบพระจริง ๆ หรือรอยสักแบบนักโทษก็ไม่รู้

ฟันก็ไม่ดี และนิ้วมือเป็นสีน้ำตาลจากนิโคติน

ในที่สุด หลังจากไม่สนใจคำรบเร้าของผมอยู่พักใหญ่ ยายอี๊ดก็พาดรูว์กลับบ้านวันหนึ่งก่อนเปิดเทอมใหม่ ความหวังของเขาที่จะได้ใช้ช่วงปิดเทอมกับเพื่อน ๆ จึงพังลงไม่เป็นท่า

ผมส่งอีเมลถึงพ่อแม่ในเดือนมิถุนายน 2016 หลังจากพาดรูว์ไปว่ายน้ำด้วยกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับจากวัด

ผมเขียนว่า:

สองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งผมต้องสู้รบกับผู้หญิงชื่ออี๊ดคนนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนการหย่าร้างที่ต่างฝ่ายต่างดึงกันไปคนละทาง

ผมไม่ชอบให้ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แม้กระทั่งตอนนี้ผมยังแทบทำใจให้คุยกับเธอไม่ได้

แต่ผมบอกดรูว์แล้วว่าผมจะพยายามกลับมาดีกับเธอ และเขาไม่ต้องเป็นกังวล

พฤติกรรมของเขาดูจะแย่ลงไปนิดหน่อย... ตอนนี้เขาดูซนกว่าเดิมเสียอีก เมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอเขาเป็นประจำ”

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับยายอี๊ดไม่เคยกลับมาเหมือนเดิมจริง ๆ

ครั้งหนึ่งผมพาแฟนไปเจอเธอ ขณะที่เรากำลังเดินผ่านซอย

เธอแทบไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ

รู้สึกถูกคุกคามขึ้นมาหน่อยหรือไง?

ลืมทิ้งเด็ก 9

ลืมทิ้งเด็ก 
แก๊งสามเณรน้อยที่โดนจับมาปล่อยวัด ​ดรูว์คือคนแรกนับจากซ้าย (คนที่สองจากซ้าย)

ผมนั่งรถเมล์ออกไปหาเขาหลายครั้ง

เมื่อเวลาผ่านไป ความแปลกใหม่ของชีวิตในวัดก็เริ่มหมดไปอย่างที่คาดได้ และเด็ก ๆ ก็แค่อยากกลับบ้าน

ถ้าจะโทรกลับบ้าน สามเณรต้องขออนุญาตพระเสียก่อน เด็กหลายคนจึงเลือกที่จะไม่โทรเลย

ตอนผมไปหาเขาในช่วงท้าย ๆ เหลือเด็กจาก 70-80 คนแรกอยู่เพียงประมาณครึ่งโหล

สามเณรหลายคนพากันมาขอยืมโทรศัพท์ผมเพื่อโทรกลับบ้าน

ผมนั่งอยู่ตรงนั้นคอยจัดคิว ขณะที่เด็กคนแล้วคนเล่าหยิบโทรศัพท์ของผมไปโทรหาที่บ้าน

เด็กคนหนึ่งโทรหาแม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเธอถูกดึงออกจากความสุขสบายในช่วงวันหยุด เมื่อได้ยินลูกชายที่ถูกทอดทิ้งถามว่า เมื่อไหร่แม่จะมาเยี่ยมเขาที่วัดอีก

เด็ก ๆ ไม่สามารถออกไปไหนได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่หรือพระ และเมื่อโครงการจบลงก็ไม่มีการพาออกไปเที่ยวอีก

ยายอี๊ดเป็นคนเคร่งศาสนา และสวมชุดดำอยู่นานหลายเดือนหลังการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9

เธอมักพูดถึงพระในฐานะแหล่งแห่งปัญญาและคุณธรรม

แต่เมื่อถึงคราวที่เหมาะกับตัวเอง เธอก็ไม่ต่างจากผู้ดูแลคนอื่น ๆ ที่พร้อมจะใช้พระเป็นพี่เลี้ยงเด็กแทน

ซึ่งมันก็ขัดกับคำพูดสวย ๆ เหล่านั้นอยู่ไม่น้อย

วันหนึ่ง หลังจากผมถามยายอี๊ดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเมื่อไหร่เธอจะยอมให้ดรูว์กลับบ้าน ผมประกาศว่าถ้าเธอไม่จัดการ ผมจะไปรับเขากลับมาเอง

นั่นจึงเป็นที่มาของคำสวนกลับห้วน ๆ จากเธอข้างต้น

แน่นอนว่า ผมก็ไม่สามารถให้ดรูว์มาอยู่ที่บ้านของผมได้มากกว่าที่เธออยากให้เขากลับไปอยู่บ้านของเธอ ซึ่งบ้านของเธอก็ใหญ่กว่ากล่องรองเท้าอยู่ไม่เท่าไร

แต่ผมคิดถึงเขา และรู้สึกสงสารเด็ก ๆ ที่ถูกเอามาทิ้งไว้ที่นั่นอย่างไร้หัวใจ

เด็กวิ่งยา 8

เด็กวิ่งยา
วัดด่าน 

ผลการเรียนของเขาจึงตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

ยายอี๊ดกับผมไปโรงเรียนใกล้บ้านเพื่อคุยกับครู และโน้มน้าวให้ครูให้โอกาสเขาอีกครั้ง

ยายอี๊ดกับพี่สาวช่วยสร้างระเบียบวินัยให้ชีวิตของเขา ทำให้แน่ใจว่าเขาไปโรงเรียนทุกวัน และช่วยเรื่องการเรียน

ด้วยความช่วยเหลือของพวกเธอ เขาสอบผ่านและได้ขึ้นชั้นเรียนปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับหญิงชราสองคนนั้นเริ่มมีปัญหา หลังจากพวกเธอตัดสินใจให้ดรูว์เข้าร่วมโครงการปิดเทอมที่เด็ก ๆ จะไปอยู่รับใช้วัดในฐานะสามเณร

วัดทั่วประเทศจะจัดโครงการแบบนี้ทุกเดือนพฤษภาคม โดยปกติจะกินเวลาประมาณสองสัปดาห์

ยายอี๊ดกับผมพาเขาไปที่วัดด่าน เพื่อบวชพร้อมกับเด็กอีก 70-80 คน รวมถึงเพื่อน ๆ ของเขาจากในซอยด้วย

บรรยากาศที่วัดด่าน ก่อนเด็ก ๆ จะเข้าประจำที่

แขกที่ได้รับเชิญประมาณ 40 คน รวมถึงครูจากโรงเรียน เดินไปหาเด็กทีละคนขณะที่เด็ก ๆ นั่งเรียงแถวอยู่ในลานวัด แล้วตัดปอยผมจากศีรษะของเด็กแต่ละคน เป็นหนึ่งในพิธีอันน่ารักที่ใช้เปิดงาน

อีกพิธีหนึ่งคือเด็ก ๆ จะล้างเท้าให้พ่อแม่หรือผู้ดูแล ยายอี๊ดร้องไห้ขณะระลึกถึงลูกชายของตัวเองเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งเคยทำพิธีเดียวกันให้เธอ ตอนที่เขาเข้าวัดเป็นสามเณรเช่นกัน

ดรูว์ล้างเท้าให้ยายอี๊ดที่วัด

ยายอี๊ด ​ม และดรูว์ กำลังรอนำผมไฟไปตัด (or รอพิธีขริบผม)

ภาพบรรยากาศเพิ่มเติมจากในพิธี


น้องเป็นนาค

สองสามวันแรกเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าประทับใจ ที่จริงยังมีพิธีอีกครั้งหนึ่งที่เด็ก ๆ จะถูกพระโกนผมจนหมด และอีกพิธีที่ผู้ดูแลจะนั่งอยู่ตรงหน้าเด็ก ๆ แล้วป้อนข้าวให้เหมือนตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก ๆ

กลางคืนก่อนนอน พวกเขายังได้รับการนวดหลังอีกด้วย

หลังจากเรียนรู้ชีวิตในวัดแล้ว เด็กส่วนใหญ่ก็จะกลับบ้านไปใช้เวลาที่เหลือของปิดเทอม

แต่ยายอี๊ดและพ่อแม่อีกไม่กี่คนที่ตัดสินใจว่าไม่อยากรับเด็กกลับบ้านในช่วงที่เหลือของปิดเทอม กลับเลือกที่จะทิ้งเด็ก ๆ ไว้กับพระต่อ แม้โครงการจะจบไปแล้วก็ตาม

ดรูว์กับเด็กอีกประมาณครึ่งโหลต้องอยู่ที่วัดต่ออีกหกสัปดาห์ พลาดทั้งเทศกาลสาดน้ำสงกรานต์และโอกาสที่จะได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ

‘We don’t do slum habits here’ 7

‘We don’t do slum habits here’ 

บางครั้งผมพาเขากลับไปบ้านเพื่อให้ได้เจอแฟนผม แต่การไปเยี่ยมเหล่านั้นไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เพราะดรูว์มารยาทไม่ค่อยดี และไหมยูก็มีนิสัยค่อนข้างเข้มงวดกับเด็กที่ประพฤติตัวไม่เรียบร้อย

ถ้าจะเข้ามาอยู่ในชีวิตของเรา คุณก็ต้องเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ เราไม่ชอบนิสัยแบบในสลัมที่นี่” ผมบอกดรูว์วันหนึ่ง หลังจากเขาพุ่งเข้าประตูมาแล้วไม่แม้แต่จะยกมือไหว้ไหมยู ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเตรียมอาหารกลางวันให้เรา

เขากำลังมุ่งหน้าไปหาคอมพิวเตอร์ของผมในห้องนอนใหญ่ ซึ่งเป็นจุดโปรดของเขา

คุณต้องหยุดแล้วถามไหมยูว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ต่อให้คุณไม่ได้สนใจจริง ๆ เราก็ต้องถาม เพราะนี่คือสิ่งที่คนสุภาพเขาทำกัน”

ดรูว์พยายามปรับตัวให้เข้ากับเรา และบางครั้งก็มีน้ำใจและรู้จักคิดถึงคนอื่นเมื่ออารมณ์ดี

แต่ในบางช่วงอย่างที่ผมบอกไปแล้ว เขาก็อาจร้องไห้และทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้นมาได้

ดรูว์จะนอนที่บ้านยายอี๊ด หรือไม่ก็ลงไปตามตรอกอยู่กับครอบครัวของหมวย ผู้ดูแลเก่าของเขาซึ่งตอนนั้นถูกจำคุกไปแล้ว

ผมให้เงินยายอี๊ดกับพี่สาวของเธอสองสามร้อยบาทต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายเรื่องโรงเรียนของดรูว์ และถ้าเขาขาดเสื้อผ้าหรือรองเท้า ผมก็ซื้อให้

หนึ่งในภารกิจแรก ๆ ของเราคือไปพบครูประจำชั้นของดรูว์ที่โรงเรียน เพราะใกล้ถึงช่วงสอบแล้ว และโรงเรียนขู่ว่าจะให้เขาซ้ำชั้น เนื่องจากขาดเรียนบ่อยเหลือเกิน

ชีวิตยามค่ำคืนของแม่เขา — พวกขี้ยาจะมาหากันได้ทุกเวลาของคืนเพื่อซื้อยา — รวมถึงการเงินที่ไม่แน่นอนของเธอ ส่งผลเสียต่อการเรียนของเขาอย่างหนัก แทนที่จะปล่อยให้เขาไปโรงเรียนทุกวันตามที่กฎหมายกำหนด เธอมักให้เขาโทรไปลาป่วย

เธอยังให้ดรูว์ทำงานเป็นเด็กวิ่งยา ส่งยาให้ลูกค้าในซอย

Mum’s legacy 6

Mum’s legacy 

ดรูว์เล่นและว่ายน้ำเก่ง 

ไก่แฟนของน้อยถูกจับก่อน

ก่อนจะถูกส่งเข้าเรือนจำ ผู้ติดยาจะต้องเข้ารับการฝึกความฟิตที่กองพันทหารบนถนนนางลิ้นจี่ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่มีสระว่ายน้ำเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ และเป็นสระที่ดรูว์กับผมไปว่ายน้ำกัน

ในช่วงแรก ๆ ที่เราไปสระ ดรูว์มักยืนอย่างเศร้า ๆ อยู่ตรงแนวต้นไม้ที่กั้นพื้นที่สระออกจากค่ายด้านล่าง คอยมองหาไก่

ครั้งหนึ่งหรือสองครั้งเราเห็นเขากำลังถูกฝึก วิ่งรอบสนามไปเรื่อย ๆ

อีกครั้งหนึ่ง ผมไปร่วมกับน้อย ดรูว์ และเกสต์ในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อไปเยี่ยมไก่

ค่ายแห่งนั้นดูน่าอยู่ มีสนามหญ้ากว้าง ๆ และต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี

เห็นได้ชัดว่าเขาคิดถึงบ้าน และดีใจที่ได้เจอพวกเรา

แม้จะมีช่วงขึ้น ๆ ลง ๆ ผมก็สนุกกับการดูแลดรูว์ เพราะมันเหมือนกับการมีลูกชายหรือลูกหลานอยู่ใกล้ ๆ

Parenting strains 5

Parenting strains 
สระว่ายน้ำกองทัพรอบๆ แถวนี้ ที่เราชอบไปเล่น

แต่พฤติกรรมบางอย่างจากบ้านเดิมเปลี่ยนกันง่าย ๆ ไม่ได้ เขาสามารถใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานสิบห้านาทีเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะออกมาแล้วทิ้งห้องไว้เหมือนระเบิดเพิ่งลง

ผมรีบจัดการเก็บกวาด — เอาผ้าเช็ดตัวที่กองระเกะระกะกลับเข้าที่ ถูพื้นซึ่งมีน้ำเจิ่งนอง เช็ดอ่างล้างหน้า และอื่น ๆ — ก่อนที่แฟนผมจะมีโอกาสบ่น

ผมเจอรอยเท้าเปื้อนโคลนของเขาในที่ประหลาด ๆ อยู่เรื่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ไหมยูให้การสนับสนุนตลอดช่วงมหากาพย์การเลี้ยงเด็กของเรา ถ้าจะเรียกมันอย่างนั้นได้

แต่ผมเองก็ไม่ได้เป็นพ่อแม่ต้นแบบเสียทีเดียว

ดรูว์จะร้องไห้ถ้าไม่ได้อย่างใจ และบางครั้งผมก็หมดความอดทน

วันหนึ่งเขาเริ่มงอแงขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านและพยายามทำงาน ผมตะคอกใส่เด็กคนน่าสงสารแล้วสั่งให้เขาออกไป

เขาเดินออกจากบ้านเราไปทั้งน้ำตา

ดรูว์ลงลิฟต์ไปคนเดียวและกำลังเดินกลับบ้านทั้งที่ยังร้องไห้ ไหมยูซึ่งตกใจกับสิ่งที่ผมทำ จึงเดินตามเขาออกไปเพื่อให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัยดี

คุณพูดกับเด็กแบบนั้นไม่ได้” เขาดุผมเมื่อกลับมา

เขาพูดถูก และจนถึงวันนี้ผมก็ยังรู้สึกผิดเรื่องนั้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเราสองคนอย่างไม่ต้องสงสัยคือการออกไปสระว่ายน้ำด้วยกัน เราไปหลายแห่งตลอดหลายเดือน ขึ้นอยู่กับว่าสระไหนเปิดให้บริการบ้าง

วันหนึ่งในช่วงต้น ๆ ของการเดินทางครั้งนี้ เราใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งแท็กซี่ขึ้น ๆ ลง ๆ ถนนพระราม 3 เพื่อหาสระว่ายน้ำสาธารณะที่ผมจะพาเขาไปได้

ขณะที่ผมเปิดดูรายชื่อคร่าว ๆ ของสถานที่ต่าง ๆ ที่จดไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกจากบ้าน ผมให้ดรูว์ช่วยอ่านป้ายชื่อถนน

แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่าเขาอ่านไม่ออก

ที่สระว่ายน้ำของกองพันทหารใกล้สวนพลู ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นสระประจำของเราในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ผมพบเรื่องคล้าย ๆ กัน

เมื่อผมให้เขาอ่านป้ายขนาดใหญ่ที่ประกาศแผนปรับปรุงสระ เขาก็อ่านตะกุกตะกัก

แม่ของเขาไม่เคยส่งเขาไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ และนี่คือผลที่ตามมาจากการละเลยของเธอ: เขาแทบอ่านหนังสือไม่ออก

ขอบคุณนะ แม่

Affection-free zone 4

 Affection-free zone 
ดรูว์และพวกเพื่อนกินข้าวกันหลังเล่นน้ำเสร็จ

ดรูว์เล่นที่บ้านผม

เก่งจริง ๆ เลยนะ” ผมพูดพร้อมกับกอดเขาแน่น ๆ และหอมแก้มเป็นรางวัล

น้อยไม่ได้ดูประทับใจแม้แต่น้อย

ฉันไม่ชอบให้คุณแสดงความรักกับลูกฉันมากขนาดนี้”

ตอนนั้นเรายืนอยู่กลางซอยที่คนพลุกพล่าน และผมไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตถ้าผมจะกอดจะหอมเด็กสักหน่อย ก็พ่อแม่เขาทำกันไม่ใช่หรือ?

แต่แน่นอนว่ามันขัดกับวิธีที่น้อยชอบทำอะไรต่าง ๆ — และพูดกันอย่างเป็นธรรม ดรูว์เองก็ไม่ใช่เด็กที่ชอบให้กอดให้หอมเท่าไรนัก — ดังนั้นผมจึงรู้ตัวว่าใครเป็นใคร

โอ๊ย

หลังจากน้อยถูกจับ กระบวนการยุติธรรมก็กลืนเธอเข้าไปอย่างรวดเร็ว

คนพวกนี้ไม่มีเรื่องประกันตัวหรอก: เมื่อถูกจับในซอยแล้ว เราก็จะไม่ได้เห็นพวกเขาอีกจนกว่าจะพ้นโทษ ซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือนหรือหลายปี

แน่นอนว่าไม่มีใครจัดการเรื่องดูแลลูกไว้ล่วงหน้า เผื่อว่าวันหนึ่งตัวเองอาจถูกจับ

แต่เมื่อน้อยพ้นออกไปจากสมการ และหน้าที่ดูแลเด็กตกมาอยู่กับหญิงชราในซอยแทน ผมคิดว่าคราวนี้ผมน่าจะช่วยเลี้ยงเขาในแบบที่เราเห็นว่าเหมาะสมได้แล้ว

ไม่ง่ายขนาดนั้น

อย่างแรก เราต้องจัดการกับปัญหาตกค้างบางอย่างที่น้อยทิ้งไว้ให้เรา

ดรูว์ไม่ค่อยชอบแปรงฟัน ฟันของเขาจึงดำปี๋ เขายังแต่งตัวไม่ค่อยเป็น และไม่ค่อยเก่งเรื่องอาบน้ำล้างตัวเองด้วย

ผมยืนข้างเขาในห้องน้ำที่บ้านเรา แล้วสอนวิธีแปรงฟัน

เราจะไม่หยุดจนกว่าจะเสร็จ” ผมประกาศ

ไม่กี่วันต่อมา ฟันของเขาก็ดีขึ้น

ผมเริ่มช่วยอาบน้ำและแต่งตัวให้เขาด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ค่อย ๆ มอบหมายงานเหล่านี้คืนให้เขาทีละอย่าง จนในที่สุดเขาก็ทำเองได้โดยไม่ต้องให้ช่วยอีก

เพื่อเป็นการใช้เสรีภาพที่ผมมีมากขึ้นในช่วงที่แม่ของเขาไม่อยู่ ผมสนุกกับการซื้อเสื้อผ้าสบาย ๆ สีสด ๆ ให้เขาที่ตลาดคลองเตย

เขาผมหยิกสวยอยู่แล้ว จึงไม่ต้องทำอะไรกับทรงผมมากนัก

ผมพาดรูว์ไปร้านอาหารใกล้บ้านเพื่อสอนวิธีใช้มีด ส้อม และช้อนแบบฝรั่ง

We’re all family in the slum 3

We’re all family in the slum
ดรูว์กับเกสต์
 

ผมเคยยืนคุยเล่นกับไก่และน้อยในขณะที่ทั้งคู่กำลังนับเงินจากการขายยาในแต่ละวันและเช็กของในสต็อก

ขณะที่ไก่นับเงิน น้อยจะล้วงของออกมาจากเสื้อชั้นใน — คีตามีน ผงสีขาวที่เธอขายใส่ถุงพลาสติกสีขาวเล็ก ๆ

พวกเขาทำทุกอย่างอย่างเปิดเผยและไม่รู้สึกอายอะไร เพราะในชุมชนแออัดแห่งนี้ เราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน

เมื่อน้อยถูกจับ แม่ของไก่ก็รับหน้าที่ดูแลเกสต์ ลูกคนเล็ก

ส่วนดรูว์ ซึ่งเป็นลูกอีกคนเดียวของน้อยที่ยังอาศัยอยู่กับเธอ ถูกส่งต่อไปอยู่กับเพื่อนบ้านสูงวัยที่เคยรับเสื้อผ้าของพวกเขาไปซัก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยายอี๊ด

ผมเคยเจอน้อยครั้งหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านั้น ตอนที่ผมกำลังเล่นกับลูกสาวตัวเล็กของเธอ เกสต์วัยสามขวบ ซึ่งถูกใจผมขึ้นมาเฉย ๆ

เกสต์ตัวน้อยเป็นที่รู้จักในซอยจากผ้าอ้อมที่ห้อยตุง ๆ และปากเสีย เธอได้ยินแม่ด่าคนอื่นอย่างไรก็จำไปพูดตามต่อหน้าผู้ใหญ่

ถ้าเห็นผมเดินเข้ามาในซอย เธอจะวิ่งเข้ามากอดผม

หลายปีต่อมาเธอเริ่มแข็งกร้าวขึ้น ไล่ตามผมไปตามซอยเพื่อขอเงิน

ผมเริ่มชอบเธอ รวมถึงไก่แฟนของน้อย และแน่นอน เด็ก ๆ ด้วย

ผมเห็นดรูว์ลูกชายของเธอวิ่งเล่นอยู่ในซอยหน้าบ้านบอลมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเล็ก ๆ เขาจะวิ่งขึ้นวิ่งลง แต่งตัวบ้างไม่แต่งตัวบ้าง แล้วแต่อารมณ์

ตอนน้อยถูกจับ ผมซื้อของเล่นให้เด็กทั้งสองคนแล้ว และพาดรูว์ไปว่ายน้ำที่สระของกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ทุกวันเสาร์ เพื่อให้เขาได้ไปว่ายน้ำกับเพื่อน ๆ นอกจากนี้เรายังไปเที่ยวงานวัดกันด้วย

การเลี้ยงดรูว์ยากกว่าที่ผมคาดไว้มาก แม้กระทั่งก่อนที่แม่ของเขาจะหายออกไปจากชีวิต

หลังจากไปสระว่ายน้ำด้วยกันครั้งที่สอง ผมพาเขากลับมาที่ซอย ซึ่งผมเจอน้อยและเล่าเรื่องพัฒนาการของเขาอย่างตื่นเต้น

ตอนเริ่มต้น ดรูว์ว่ายน้ำไม่เป็นเลย แต่เพียงแค่ดูเด็กคนอื่น เขาก็เริ่มจับทางการว่ายฟรีสไตล์ได้เอง — โดยไม่เคยเรียนกับครูด้วยซ้ำ

“พ่อมึงมาหา!” 2

พ่อมึงมาหา!” 
ดรูว์ที่บ้านยาย

เมื่อคนในชุมชนเห็นตำรวจมา พวกเขาจะตะโกนว่า

พ่อมึงมาหา!”

มันเป็นรหัสเตือนภัย และทันทีที่ได้ยิน พวกขี้ยากับพ่อค้ายาในซอยก็จะพากันแตกฮือ เก็บหลักฐานแล้ววิ่งหนีไปหาที่ซ่อนกันจ้าละหวั่น

วันหนึ่งผมนั่งดื่มอยู่ที่บ้านเพื่อนหนุ่มคนหนึ่ง ก็มีชายวัยกลางคนหน้าตากรำแดดซึ่งไม่มีใครรู้จักกระโดดข้ามแผงกั้นหมาตรงจุดที่บ้านเชื่อมกับตรอกในชุมชน แล้ววิ่งเข้าไปหลบหลังประตูหน้าบ้าน

ตำรวจมาแล้ว เขาบอกอย่างหอบ ๆ

ไม่กี่อึดใจต่อมา เขาก็ออกไปเร็วพอ ๆ กับตอนเข้ามา

ใครวะ?” ผมถามบอล เพื่อนวัยรุ่นที่กำลังดื่มด้วยกัน

คนแถวนี้แหละ ตำรวจมาแล้ว” เขาตอบอย่างใจเย็น

ครั้งแรกที่ผมเห็นการมาเยือนแบบสายฟ้าแลบนี้ ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกับความโกลาหลฉับพลันข้างนอก ทั้งเสียงคนวิ่งหนีและเสียงความวุ่นวายต่าง ๆ ผมตกใจอยู่เหมือนกัน

ครั้งที่สองหรือสาม ผมก็ชินเสียแล้ว และไม่ได้คิดอะไรกับมันอีก

วิธีหนีของน้อยที่ชอบใช้ที่สุดคือวิ่งเข้าไปในตลาดแถวบ้าน คนในพื้นที่เคยเห็นน้อยวิ่งหนีตำรวจเข้าไปในคลองเตย หน้าอกใหญ่ ๆ ของเธอกระเพื่อมขึ้นลง เครื่องสำอางจัด ๆ เริ่มไหลเยิ้มไปตามหน้า ขณะที่เธอหอบแฮ่ก ๆ

เธอถูกตามจับในข้อหาค้ายาในช่วงปลายปี 2015 และถูกตัดสินจำคุกประมาณสามปีครึ่ง

หลายเดือนก่อนหน้านั้น ไก่แฟนของเธอเองก็ถูกจับในข้อหาค้ายาเช่นกัน ส่วนเพื่อนของน้อยคนหนึ่งและผู้ดูแลดรูว์เป็นครั้งคราว ซึ่งรู้จักกันในชื่อหมวย ก็ถูกจำคุกก่อนหน้านั้นแล้วจากคดียาเสพติดอีกเหมือนกัน

จากผู้ดูแลคนหนึ่ง...สู่อีกคนหนึ่ง 1

จากผู้ดูแลคนหนึ่ง...สู่อีกคนหนึ่ง

หนุ่มน้อยของผมเล่นน้ำ(ด้านบน และซ้าย)

ถ้าคุณไปรับเขามา คุณก็ต้องรับผิดชอบเขาด้วย”

นั่นคือคำสวนกลับห้วน ๆ จากหญิงสูงวัยหัวโบราณคนหนึ่งในวัย 70 กว่า ๆ ชื่ออี๊ด หลังจากผมทักท้วงเธอเรื่องที่ตัดสินใจเอาเด็กชายวัย 8 ขวบที่ผมช่วยดูแลอยู่ไปทิ้งไว้ที่วัดแถวบ้าน

บทสนทนาครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาหลายเดือนอันแสนยุ่งยากกับยายอี๊ด อย่างที่คนแถวบ้านเรียกเธอ

ผมช่วยอี๊ดกับพี่สาวของเธอดูแลเด็กชายชื่อดรูว์ หลังจากแม่ของเขาถูกจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อปลายปี 2015 ดรูว์ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหญิงชราสองคนที่รู้จักเขามาตั้งแต่ยังเป็นทารก ผมเสนอตัวเข้ามาช่วยเพราะรู้จักแม่ของเขาและแฟนของเธอ

ผมไม่เคยดูแลเด็กเล็กขนาดนี้มาก่อน และด้วยความอิจฉาพี่สาวทั้งสองคนที่อยู่ต่างประเทศและต่างก็มีครอบครัวของตัวเอง ผมจึงตัดสินใจลองดูสักตั้ง

แม่ของดรูว์ ชื่อน้อย ขายยาอยู่ในซอยร่วมกับแฟนชื่อไก่ ซึ่งมีลูกสาววัยสามขวบด้วยกันอีกคน ดรูว์เกิดจากความสัมพันธ์กับผู้ชายอีกคน เป็นเรื่องชั่วคืนกับนักท่องเที่ยวจากบาห์เรน ถ้าผมจำไม่ผิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของตัวเองเป็นใคร

น้อยเป็นผู้หญิงรูปร่างค่อนข้างใหญ่ในวัยกลาง 30 ชอบย้อมผมสีบลอนด์และแต่งหน้าจัด เธอมีลูกห้าคน รวมดรูว์กับเจ้าตัวเล็กชื่อเกสต์ ผมไม่รู้ว่าเด็กอีกสามคนอยู่ที่ไหน

เธอเป็นที่รู้จักของตำรวจในพื้นที่ ซึ่งจะยกกำลังบุกเข้าชุมชนแออัดเป็นครั้งคราวเพื่อค้นหาพ่อค้ายา รวมถึงน้อยด้วย


From Pillar to Post

From Pillar to Post


เด็กคลองเตยถูกส่งต่อไปมาเหมือนภาระที่ไม่มีใครอยากรับ — รวมถึงผมด้วย

1 จากผู้ดูแลคนหนึ่ง...สู่อีกคนหนึ่ง
2 พ่อมึงมาหา!” 2
3 We’re all family in the slum 3
4 Affection-free zone 4
5 Parenting strains 5
6 Mum’s legacy 6
7 'We don’t do slum habits here’ 7
8 เด็กวิ่งยา 8
9 ลืมทิ้งเด็ก 9
10 ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกัน 10
11 Handing him back 11
12 Dad in name only? 12
13 Moments with Drew 13

From Pillar to Post
เด็กคลองเตยถูกส่งต่อไปมาเหมือนภาระที่ไม่มีใครอยากรับ — รวมถึงผมด้วย

See here →