ลืมทิ้งเด็ก 
แก๊งสามเณรน้อยที่โดนจับมาปล่อยวัด ดรูว์คือคนแรกนับจากซ้าย (คนที่สองจากซ้าย)

ผมนั่งรถเมล์ออกไปหาเขาหลายครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป
ความแปลกใหม่ของชีวิตในวัดก็เริ่มหมดไปอย่างที่คาดได้ และเด็ก ๆ ก็แค่อยากกลับบ้าน
ถ้าจะโทรกลับบ้าน
สามเณรต้องขออนุญาตพระเสียก่อน เด็กหลายคนจึงเลือกที่จะไม่โทรเลย
ตอนผมไปหาเขาในช่วงท้าย ๆ เหลือเด็กจาก 70-80 คนแรกอยู่เพียงประมาณครึ่งโหล
สามเณรหลายคนพากันมาขอยืมโทรศัพท์ผมเพื่อโทรกลับบ้าน
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นคอยจัดคิว
ขณะที่เด็กคนแล้วคนเล่าหยิบโทรศัพท์ของผมไปโทรหาที่บ้าน
เด็กคนหนึ่งโทรหาแม่
ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเธอถูกดึงออกจากความสุขสบายในช่วงวันหยุด
เมื่อได้ยินลูกชายที่ถูกทอดทิ้งถามว่า เมื่อไหร่แม่จะมาเยี่ยมเขาที่วัดอีก
เด็ก ๆ
ไม่สามารถออกไปไหนได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่หรือพระ
และเมื่อโครงการจบลงก็ไม่มีการพาออกไปเที่ยวอีก
ยายอี๊ดเป็นคนเคร่งศาสนา
และสวมชุดดำอยู่นานหลายเดือนหลังการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9
เธอมักพูดถึงพระในฐานะแหล่งแห่งปัญญาและคุณธรรม
แต่เมื่อถึงคราวที่เหมาะกับตัวเอง
เธอก็ไม่ต่างจากผู้ดูแลคนอื่น ๆ ที่พร้อมจะใช้พระเป็นพี่เลี้ยงเด็กแทน
ซึ่งมันก็ขัดกับคำพูดสวย ๆ
เหล่านั้นอยู่ไม่น้อย
วันหนึ่ง
หลังจากผมถามยายอี๊ดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเมื่อไหร่เธอจะยอมให้ดรูว์กลับบ้าน
ผมประกาศว่าถ้าเธอไม่จัดการ ผมจะไปรับเขากลับมาเอง
นั่นจึงเป็นที่มาของคำสวนกลับห้วน ๆ
จากเธอข้างต้น
แน่นอนว่า
ผมก็ไม่สามารถให้ดรูว์มาอยู่ที่บ้านของผมได้มากกว่าที่เธออยากให้เขากลับไปอยู่บ้านของเธอ
ซึ่งบ้านของเธอก็ใหญ่กว่ากล่องรองเท้าอยู่ไม่เท่าไร
แต่ผมคิดถึงเขา และรู้สึกสงสารเด็ก ๆ
ที่ถูกเอามาทิ้งไว้ที่นั่นอย่างไร้หัวใจ
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...