Too cool for the barber (10, final)
ร้านตึกแถวนี่แหละที่ผมแนะนำไปน่าจะเท่กว่า แล้วดีที่สุดด้วย
เป็นร้านธรรมดาดูชาวบ้านๆหน่อยก็จริง
ไม่ใช่ร้านหรูหราอยู่ในย่านการค้าสวยเริด
แต่เราจะหาร้านเท่ๆ สวยๆ แบบนั้นแถวบ้านเราได้ที่ไหน
ไม่มีหรอก ร้านแถวนี้ธรรมดากันหมด
รวมถึงนางลิ้นจี่ด้วย
ปิดท้ายเรื่องนี้ น้องต้องรออีกหลายอาทิตย์ถึงจะได้ตัดผมได้ (เด็กวัยรุ่นที่เจอกันวันนั้น ก็ไม่ได้พาเค้าไป)ไม่มีเพื่อนอยากพาไปที่ไหนเพราะน้องเรื่องมาก
สุดท้ายหลังจากที่น้องต้องทนกับผมยาวยุ่งเหยิงเป็นนาน
เค้าก็ได้ไปตัดจริง
แต่ไม่ได้ไปร้านที่ดูเท่ๆนั้นหรอก
หรือแม้แต่ที่ร้านโฉมหน้าธรรมดาใกล้ๆบ้านผมก็ไม่ได้ไปสักหน่อย
แต่ต้องไปเจอความอับอายโดยไปใช้บริการช่างจรที่กลางแจ้งที่ในซอยนั้นเอง
เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว เค้าต้องต่อแถวรอบริการจากช่างที่จะมาตัดผมให้ฟรีในชุมชนให้คนยากจนนั้นเองเค้าตัดทรงธรรมดามาก
'ไปตัดผมที่ไหนมา' ผมถามเค้าเมื่อเห็นว่าน้องได้ตัดผมมาแล้ว
ทรงผมน้องดูเบสิคมากน่าอายจริงๆ
ผมต้องถามเค้าหลายครั้งเค้าถึงจะยอมตอบว่า
'อยู่ในซอย'
เค้าพูดเบาๆ ไม่ยอมสบตาผม
น้องชอบพูดเบาๆ ฟังออกยาก ผมเคยบ่นกับแม่เค้าเล่นๆ เรื่องนี้ ‘ผมพูดได้แต่ว่า อะไรนะ อะไรนะ เพราะฟังน้องไม่ได้ศัพท์’ ถ้าขี้เกียจถามแล้วเราต้องเดาสุ่มเอาเองว่าเค้าพูดอะไรไป แม่เห็นด้วย 'เค้าพูดเหมือนผู้หญิง' เค้าตอบแสบๆ ไม่รักษาหน้าลูกชายเลย อิอิ
ผมไม่ได้ซ้ำเติมน้องหรอกแต่ใจผมอยากพูด ‘อย่าดื้อมากนะเดี๋ยวจะพลาดโอกาสอีก’
จะเอาเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนชีวิตแล้วกันนะลูกเอ๊ย
ป.ล.
หรือน้องเลือกเล่นเสี่ยงโชคไปรับบริการกับป้าคนตาบอดนั้นผมไม่รู้ (ขอดู Barber knows best) วัยรุ่นมันชอบลับๆล่อๆเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ
ใครจะไปรู้อะไรกันแน่ถ้ามันไม่ยอมพูดเอง
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...