Monday, 18 November 2019

Too cool for the barber (10, final)

Too cool for the barber (10, final)

ร้านตึกแถวนี่แหละที่ผมแนะนำไปน่าจะเท่กว่า แล้วดีที่สุดด้วย

เป็นร้านธรรมดาดูชาวบ้านๆหน่อยก็จริง

ไม่ใช่ร้านหรูหราอยู่ในย่านการค้าสวยเริด

แต่เราจะหาร้านเท่ๆ สวยๆ แบบนั้นแถวบ้านเราได้ที่ไหน

ไม่มีหรอก ร้านแถวนี้ธรรมดากันหมด

รวมถึงนางลิ้นจี่ด้วย

ปิดท้ายเรื่องนี้ น้องต้องรออีกหลายอาทิตย์ถึงจะได้ตัดผมได้ (เด็กวัยรุ่นที่เจอกันวันนั้น ก็ไม่ได้พาเค้าไป)ไม่มีเพื่อนอยากพาไปที่ไหนเพราะน้องเรื่องมาก

สุดท้ายหลังจากที่น้องต้องทนกับผมยาวยุ่งเหยิงเป็นนาน

เค้าก็ได้ไปตัดจริง

แต่ไม่ได้ไปร้านที่ดูเท่ๆนั้นหรอก

หรือแม้แต่ที่ร้านโฉมหน้าธรรมดาใกล้ๆบ้านผมก็ไม่ได้ไปสักหน่อย

แต่ต้องไปเจอความอับอายโดยไปใช้บริการช่างจรที่กลางแจ้งที่ในซอยนั้นเอง

เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว เค้าต้องต่อแถวรอบริการจากช่างที่จะมาตัดผมให้ฟรีในชุมชนให้คนยากจนนั้นเองเค้าตัดทรงธรรมดามาก

'ไปตัดผมที่ไหนมา' ผมถามเค้าเมื่อเห็นว่าน้องได้ตัดผมมาแล้ว

ทรงผมน้องดูเบสิคมากน่าอายจริงๆ

ผมต้องถามเค้าหลายครั้งเค้าถึงจะยอมตอบว่า
'
อยู่ในซอย'

เค้าพูดเบาๆ ไม่ยอมสบตาผม

พูดเบ่ามาก
น้องชอบพูดเบาๆ ฟังออกยาก ผมเคยบ่นกับแม่เค้าเล่นๆ เรื่องนี้ ‘ผมพูดได้แต่ว่า อะไรนะ อะไรนะ เพราะฟังน้องไม่ได้ศัพท์’ ถ้าขี้เกียจถามแล้วเราต้องเดาสุ่มเอาเองว่าเค้าพูดอะไรไป แม่เห็นด้วย 'เค้าพูดเหมือนผู้หญิง' เค้าตอบแสบๆ ไม่รักษาหน้าลูกชายเลย อิอิ
ผมรู้ว่าเค้าน่าจะหมายถึงอะไร

ผมไม่ได้ซ้ำเติมน้องหรอกแต่ใจผมอยากพูด ‘อย่าดื้อมากนะเดี๋ยวจะพลาดโอกาสอีก’

จะเอาเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนชีวิตแล้วกันนะลูกเอ๊ย

ป.ล. หรือน้องเลือกเล่นเสี่ยงโชคไปรับบริการกับป้าคนตาบอดนั้นผมไม่รู้ (ขอดู Barber knows best) วัยรุ่นมันชอบลับๆล่อๆเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ ใครจะไปรู้อะไรกันแน่ถ้ามันไม่ยอมพูดเอง

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...