Showing posts with label วงเหล้า. Show all posts
Showing posts with label วงเหล้า. Show all posts

Wednesday, 20 December 2017

Why go back for more 14 (final)

Why go back for more (final)

ผมประทับใจน้อง แต่คงไม่กลับไปคบกันใหม่หรอก

เพราะช่วงเวลาที่ผมเคยนั่งกินเหล้านอกบ้านนั้นผ่านไปแล้ว

ป้าเล็กกับแม่โอ่งนั่งมองดูเราคุยกันงงๆ เมื่อน้องบอกว่าเขาพร้อมแล้วที่จะคบกับผม

แต่ผมเสียความรู้สึกนิดหนึ่งพอไปรู้ทีหลังว่า ป้าเล็กตั้งฉากนี้ขึ้นมาเพื่อดึงผมกลับไปนั่งเลี้ยงเหล้าให้เขาอีก ไม่ต่างจากฉากสุดเลิฟที่แกจัดขึ้นหลายปีก่อน

แกชอบเล่นมุกน้ำเน่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามจับน้องกับผมไว้ให้เป็นเพื่อนคู่หูกัน เพื่อจะหลอกแดกเงินผมอีก

ป้าเล็กเป็นเพื่อนที่ดีของไมเคิลมาก รู้ไหมว่าฉันดึงดรีมให้มาคุยกับไมเคิลในวันนี้”

แกเผยหลังจากน้องขึ้นบ้านไปแล้ว แล้วก็รีบพูดต่อว่า

ขอเลี้ยงเบียร์หน่อย แก้วฉันหมด”

แหม เจ้าเล่ห์

ผมขอบคุณเขาที่ช่วยเราแก้ปัญหาที่ติดค้างอยู่กับดรีม แต่ขอไม่เลี้ยงต่อ และขอไม่กลับเข้าวงเหล้านี้อีก

ผมไม่อยากถูกใช้เป็นหุ่นเชิดแบบนี้

แกอยากกินขนาดนี้ ก็ต้องออกเอง

ตั้งแต่วันนั้นมา ผมเลิกเดินเข้าซอยนั้นไปแล้ว และไม่ได้เจอพวกเขาอีก


Update 13

Update — กันยายน 18, 2022

หลังจากโดนไล่ออกจากวงเหล้านี้ไป เราไม่ได้คุยกับคนในวงกันหลายปี แค่ทักทายใครบางคนถ้าเจอกันแถวบ้านนั้น แต่ไม่ได้กลับไปนั่งเป็นประจำ

แต่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากที่ตั้งใจว่าจะไม่คบอีก ใจผมก็อ่อนแอนิดหน่อย

หลังจากโรคโควิดบังคับให้เราอยู่กับบ้านทั้งวันจนผมรู้สึกเหงา ผมเลยแอบปั่นจักรยานไปหาพวกเขาที่หน้าบ้านแม่โอ่งอย่างที่เคยทำเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน

ตอนนี้วงแตกแยกจนแทบไม่เหลือใครแล้ว

พี่หมี ย้ายออกจากนอกซอยไปอยู่กับพี่สาว พี่ปูป่วยเป็นมะเร็งตับ โอกาสรอดแค่ 50/50 เอง มีขาประจำเหลือแค่ 2–3 คน รวมถึงป้าเล็กที่ยังหิวเหล้าเหมือนเดิม

เราไปหาเขาประมาณ 3 ครั้ง นั่งคุยกับแม่โอ่งและป้าเล็กหน้าบ้านทีละครึ่งชั่วโมงเองก่อนกลับ

วันล่าสุด น้องดรีม ลูกชายของแม่โอ่งที่เราดันทะเลาะกันเมื่อ 8 ปีก่อนในช่วงแรกที่คบกับครอบครัวนี้ เห็นผมนั่งอยู่เลยรีบมาหา

เขาขอโทษขอโพยที่เคยด่าผมทางโทรศัพท์ในวันที่ทะเลาะกัน และไม่ยอมคุยกันเป็นเวลานาน

ผมอยากชวนไมเคิลกลับมากินอย่างเมื่อก่อนที่บ้านอีก เพราะแม่โอ่งและป้าเล็กไม่ค่อยมีเพื่อนกินแล้ว” น้องเสนอ

ผมชอบที่ไมเคิลเคยพาครอบครัวมา และอยากให้พามาเที่ยวที่นี่อีก” เขาพูดต่อ

และถ้าแฟนไมเคิลว่าง ชวนเขามาด้วยสิ เราจะได้รู้จักกัน”

น้องแสดงตัวเป็นเจ้าภาพใจกว้าง พร้อมโอบกอดผมหลายที และจุบหน้าผมด้วย (โดยขออนุญาตก่อน)


Learning my lesson 12

Learning my lesson

ทุกวันนี้ เราเลิกคบวงเหล้านั้นไปเรียบร้อยแล้ว

ผมอาจจะเหงาบ้าง แต่เงินเต็มกระเป๋า

ก่อนหน้านี้ผมทำโง่ไปหน่อย ชอบช่วยคนในซอย คนในวงเหล้า คนไหนก็ได้ที่แบมือขอเงิน ถ้านิสัยและหน้าตารูปหล่อพอใช้ได้นะ อิอิ

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ผมก็ออกเงินให้ ช่วยนี่นั่นโน่น จนแฟนไม่พอใจ

ผมเสียใจกับความโง่ของตัวเอง เพราะให้เงินไปแล้ว จะรับอะไรกลับคืนมามั้ย

เขาเรียกว่า บทเรียนชีวิต

หรือถ้าเป็นดารา เราต้องตั้งหน้าเฉยแล้วบอกว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์ค่ะ”

ผลที่ได้จากประสบการณ์นั้นก็คือ ผมอ่านคนออกได้แล้วในระดับหนึ่ง แยกแยะระหว่างคนที่น่าคบ น่าช่วย (แทบจะไม่มีแล้วนอกจากแฟนตัวเอง) และแยกออกระหว่างคนที่อยากรู้จักกับคนที่ไม่อยากรู้จักกันเลย

คือคนไม่น่าคบก็กด ignore

ส่วนคนที่น่าช่วย เราให้เขาไปคุยกับแฟนหน้าดุๆ ของผมดีกว่า

กล้ามั้ย

อิอิ

วกกลับไปที่ประเด็นเดิมครับ

ไล่ระดับความขี้เหนียว 1 ใน 10

จากเมื่อก่อนผมได้คะแนน 2 เป็นคนใจดี ทุกคนชอบ

มาถึงทุกวันนี้ ผมจะให้คะแนนตัวเอง 7 คะแนน เป็นคนขี้ตืดจังเลย

ชีวิตอาจจะดูจืดไปหน่อย เพราะเลิกกินเหล้าซะแล้ว แต่ตังค์ยังมีพอใช้


You can trust us! 11

You can trust us!
Dream

ที่ตลกก็คือ ป้าเล็กชอบเล่นมุกว่า พวกในวงเหล้าจะไม่มีวันหลอกแดกฝรั่งคนนี้นะ

แกชอบสร้างภาพให้เราคิดว่าวงนี้เป็นแหล่งที่อบอุ่นใจและน่าเชื่อถือ

ถ้าพวกสมาชิกในวงเหล้าขอเงินไมเคิล ห้ามตกลง ถ้าไม่เช็กกับแม่โอ่งหรือป้าเล็กเสียก่อนนะ” แกชอบพูด

ข้อห้ามนี้ไม่ได้หมายความว่าแม่โอ่งหรือป้าเล็กเองจะไม่ขอเงินนะ เพราะคู่นี้ขอเงินผมหลายครั้ง เพียงแต่ว่าเขาไม่อยากให้คนอื่นมาแย่งเงินผมไป

นอกจากนี้ แกยังชวนให้เราคิดว่าการคบกับพวกนี้จะปลอดภัยกว่าการคบอยู่กับแฟนเสียอีก ทั้งที่พวกนี้ไม่รู้จักแฟนผมด้วยซ้ำ

ฝรั่งคงถูกคนไทยหลอกได้ง่าย เพราะไม่รู้นิสัยคนไทยจริง” เค้าอ้างแบบนี้

แต่คนในวงนี้เป็นคนเชื่อใจได้ ตอนไหนที่ไมเคิลมีปัญหาที่บ้าน รีบมาหาเรานะ เราจะดูแลไมเคิลอย่างดี”

ผู้อ่านคงอยากถามแล้วว่า ทำไมถึงชอบคบกับคนพวกนี้

ตอนนั้นผมอยากมีเพื่อนกินเหล้าใกล้บ้าน นิสัยแปลกๆ ของเขาเราพอจะรับได้

นอกจากนี้ผมรู้สึกผิดที่ไปทะเลาะกับน้องดรีมในช่วงต้นๆ แต่เราก็ค่อยหาโอกาสคืนดีกัน

ทุกวันนี้ผมกับน้องคุยกันได้แล้ว หลังจากเขาขอโทษผม แต่เราต้องรอกันหลายปีกว่าจะได้คืนดีกัน


No talkies 10

No talkies  
Dream


ผลที่ตามมาคือเราต่างบาดหมางใจกันและไม่ยอมคุยกันอีกเลยเป็นเวลาหลายปี

ตอนแรกผมไม่ได้เอะใจถึงจุดประสงค์ของป้าเล็กที่พยายามดึงให้เราเป็นพ่อลูกกันแบบนี้ แต่จุดประสงค์จริงๆ เริ่มปรากฏชัดเมื่อป้าเล็กออกตัวชวนผมมานั่งร่วมวงกินเหล้าบ่อยขึ้น

ไมเคิลมาทุกคืนนะ น้องดรีมอยากเจอ” เขาว่าอย่างนั้น

น้องดรีมไม่อยากเจอหรอก ตอนนั้นเขายังเป็นวัยรุ่นและกำลังคบกับแฟน งานของเขาก็ยุ่ง เราต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน

แต่เขาตกลงว่าจะรับผมเป็นพ่อ เพราะป้าเล็กแอบขอร้องเขาไว้ก่อนที่ผมจะมา

ป้าเล็กรู้ดีว่าถ้าผมมานั่งกินเหล้าบ่อยๆ วงจะไม่มีวันขาดแคลนเหล้า เพราะผมมีตังค์

พอเหล้าหมด เราต้องช่วยกันลงขันซื้อขวดใหม่อยู่แล้ว แต่บางคน รวมถึงป้าเล็กด้วย ไม่มีเงิน เขาชงดริงก์ให้คนในวงแทน แลกกับการได้กินฟรี

สรุปแล้ว เขาตั้งฉากอบอุ่นใจ สวีทๆ กับน้อง เพื่อหลอกแดกผม


A con unfolds? 9

A con unfolds?
Dream

ก่อนที่เราจะแตกแยกกันเรื่องค่าเหล้าในงานวันเกิดแม่ ผมโดนพวกนี้หลอกกินชัดๆ กระทั่งผมรู้สึกผิดใจกับคนในวงเหล้า

ย้อนเวลากลับไปที่ช่วงแรกคบ เรารู้จักกันได้แค่สองวันเองในช่วงปีใหม่ 2014 แต่พวกนี้ก็เริ่มหาโอกาสโกงผมแล้ว

ป้าเล็กเล่นกลโดยจับผมกับน้องดรีมให้เป็นพ่อบุญธรรมและลูกบุญธรรม ทั้งๆ ที่เราแทบไม่รู้จักกัน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราต้องทำอะไรบ้าง

ป้าเล็กชวนน้องนั่งที่โต๊ะผู้ใหญ่ แล้วถามเขาว่า

"
ดรีมอยากเป็นลูกบุญธรรมฝรั่งไหม"

น้องไม่มีพ่อของตัวเองก็จริง เพราะพ่อแม่แยกทางกันก่อนเขาเกิด แต่น้องยังมีครอบครัวแท้ๆ ของเขา

ป้าเล็กถามผมเช่นกันว่า

"
อยากเป็นพ่อบุญธรรมน้องไหม"

โดยผมไม่ได้คิดว่าอยากเป็นพ่อ หรือขออะไรจากเขามาก่อนเลย

แต่ยังไงเราก็ตกลงกันคืนนั้นว่าจะลองคบกันดูในเชิงพ่อลูกไป

ต่อจากนั้นผมกับดรีมคุยกันบ่อยขึ้น โดยผมมักจะโทรไปถามสารทุกข์สุกดิบของเขา

แต่เราคบกันได้ไม่กี่อาทิตย์ก็เกิดทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ...


New recruits 8

New recruits

วงเหล้านี้ยินดีเปิดรับสมาชิกใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ถ้าเขายอมออกตังค์ช่วยซื้อเหล้า

พวกขาประจำมักจะทักหรือเรียกคนหน้าใหม่ๆ ที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้าออกซอยอยู่ตลอด และยื่นแก้วเหล้ากำชับให้กินตามนิสัย

สมาชิกในวงต้องคอยหาคนหน้าใหม่เข้ามาเรื่อยๆ เพราะพอคนเหล่านั้นได้รู้จุดประสงค์ของพวกนี้เข้า บางคนอาจจะหมั่นไส้และเลิกคบ ส่งผลกระทบกับจำนวนคนที่เหลือในวงว่าจะลงขันไม่พอซื้อเหล้า
บางคนเอาไม่อยู่จริงๆ ก่อนเลิกคบ พวกเขามักจะบ่นว่าคนในวง หลอกแดก

เมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้ พวกขาประจำในวงเหล้าจะโมโห และอาจจะไล่คนนั้นออกจากวงก็ได้

เรื่องนี้ก็กลายเป็นจุดละเอียดอ่อน

ถ้าจะหาว่าสมาชิกหลักๆ กลุ่มนี้เป็นพวกจิตใจอ่อนไหวหรือเซนซิทีฟ ก็ไม่เชิง พวกนี้หน้าด้านจะตาย

แต่ถ้าเรายังกินกับเขา แล้วพวก hardcore นั้นคิดว่าเรากำลังรับฟังกระแสลบๆ จากข้างนอก และเริ่มมีความคิดที่จะทรยศ ทุกอย่างจะจบ

กลุ่มที่รวมตัวกันหน้าบ้านแม่โอ่งเป็นประจำรู้ดีว่าตัวเองมีชื่อเสียงในละแวกนี้เรื่องชอบหลอกกินชาวบ้าน

ตามกระแสนั้น พวกเขาจะคอยต้มตุ๋นคนหน้าใหม่ให้หลงคิดว่าเป็นเพื่อนแท้ อาจจะผ่านไปเป็นเดือนๆ แต่หลังจากนั้นคนหน้าใหม่จะเริ่มโดนกดดันทีละนิดให้ควักกระเป๋าจ่ายค่าเหล้ามากขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมาพอเริ่มขัดขืนจนเรื่องราวบานปลายถึงขั้นแตกหัก พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าอบอุ่นและต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แท้จริงแล้วมันเป็นแค่เรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ

ถ้าไม่มีตังค์จ่าย ก็หมดความหมายและไม่เป็นที่ต้อนรับอีกต่อไป

พวกขี้เหล้าที่ยังเหลืออยู่เกลียดเข้าไส้เวลามีคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอดีตเพื่อนร่วมวง หรือคนที่รู้จักนิสัยใจคอพวกเขาดี เอาไปพูดว่าคนพวกนี้มีพฤติกรรมชอบ "หลอกแดก"

และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ตอนที่ขาประจำคนหนึ่งเริ่มเกิดความลังเลสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เปิดหน้าท้าชนกับใครเกี่ยวกับความระแวงนั้น...

ไอ้คนทรยศ!

คนประเภทนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับปลวกที่คอยกัดเซาะรากฐานของโต๊ะไม้ผุๆ พังๆ ตัวนั้น ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องโดนกำจัดทิ้งไป

ตอนที่ผมปฏิเสธไม่ยอมจ่ายค่าเหล้าในงานวันเกิดแม่โอ่ง พวกขาประจำกลุ่มนั้นก็ทึกทักเอาเองว่าผมกำลังคิดลบกับพวกเขาอยู่ ก็เลยรุมเตะโด่งผมออกจากกลุ่ม

ซึ่งสารภาพตามตรง พวกมันก็คิดถูกแล้วล่ะที่ระแวง เพราะเอาเข้าจริง ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรื่องงานวันเกิดนั่นเสียด้วยซ้ำ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองโดนสูบโดนหลอกมาโดยตลอดอยู่แล้ว


Assuaging guilt 7

Assuaging guilt

แต่ว่า...

พอเช้าวันรุ่งขึ้น ผมรู้สึกผิด เลยเดินเข้าซอยอมร ซึ่งมีร้านขายเหล้าแถวสลัมเปิด 24 ชั่วโมง สะดวกดี

ซื้อเหล้า 285 ขวดหนึ่ง

พอซื้อเสร็จ ผมปั่นจักรยานไปซื้อกระดาษห่อของขวัญกับการ์ดที่ท็อปส์อีก

แฟนผมจัดการห่อของขวัญ (เหล้า) ให้ดูสวย แล้วเย็นนั้นผมเอาไปให้แม่โอ่งที่บ้าน และเขียนคำอวยพรวันเกิดย้อนหลังด้วยตัวผมเอง

แม่ยิ้มรับแล้วก็บอกว่าพอจะอ่านภาษาไทยของผมออกได้ อิอิ

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะหลังจากนั้นมีคนที่เป็นแกนนำในวงเหล้าบอกผมว่า คนในวงเอาเรื่องที่ผมไม่ได้เลี้ยงเหล้าในวันเกิดแม่โอ่งวันนั้นมาคุยกัน แล้วตกลงกันว่าจะไม่ให้ผมกลับมาที่นี่อีก

คือเราต้องเลิกคบกัน

รู้จักกันมากว่าสองปีตอนนั้น แต่เลิกคบกันเพราะเรื่องค่าเหล้าอยู่ได้

ผมปากจัดในบางครั้ง อันนี้ก็ต้องยอมรับ

แต่มันแฟร์ไหม?

ไม่น่าจะเกิดขึ้นแบบนี้


The final blow 6

The final blow
ถึงตารุ่นใหม่: ดรีมนั่งกับเพื่อนหน้าบ้าน

ย้อนกลับไปถึงวันเกิดของแม่โอ่งในปี 2016 เป็นเหตุให้ผมถูกชวนออกไป

เลิกงานแล้วผมเดินไปที่บ้านเขาเหมือนอย่างเคย ผมตั้งใจจะกลับบ้าน แต่แวะมาที่นี่ก่อน

เราเห็นจากซากขวดเหล้าและขยะหลายอย่างที่ถูกโยนทิ้งใต้โต๊ะว่า พวกเขาน่าจะเริ่มปาร์ตี้กันตั้งแต่ตอนเย็นโน่น

โต๊ะไม้ที่ผุพังของเขากลายเป็นป่าช้าขวดเหล้าไปแล้วจริงๆ มีขวดโดนทิ้งอยู่ตั้งหกขวดได้

ทุกคนมีท่าทีมึนเมา และทุกคนก็หันมามองฝรั่งเป็นตาเดียวกัน

ผมรู้ดี มันถึงตาผมซะแล้ว ที่ต้องออกตังค์เลี้ยงเหล้าเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่โอ่งและพวกมันอีก เพื่อให้เหล้าไม่ขาดสาย

พวกนี้ชอบหงุดหงิดเวลาเหล้าใกล้หมด

แต่ผมกลับไม่ยอมออกให้ เราพกเงินมาไม่พอ และขี้เกียจไปกดตังค์ นอกจากนี้ผมไม่อยากนั่งกินด้วย ผมเพิ่งเลิกงานมา อารมณ์ยังเสียๆ เครียดๆ อยู่

ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก

ฝรั่งไม่ยอมออกเงิน นี่คือวันเกิดแม่โอ่งด้วยนะโว้ย!

ผมรู้สึกอึดอัดใจ คิดแต่ว่าต้องออกจากสถานการณ์เคร่งเครียดนี้ให้ได้

ตอนแรกคิดว่าน่าจะหาทางลับๆ หลบกลับบ้าน เช่น อ้างว่าจะไปกดเงินแต่แอบหนีกลับบ้าน

แต่ยังไม่ทันลงมือทำแผนหนีให้สำเร็จ ก็มีน้องผู้หญิงกวนๆ ดื้อๆ คนหนึ่งในวงเหล้า มาจับมือผมแล้วบอกว่า จะพาไปกดตังค์ดีกว่ามั้ย

อ้าว คุณต้องเอาเงินผมไปเลี้ยงแม่โอ่งให้ได้ใช่มั้ย

หรือเค้าอยากช่วยผมรักษาหน้าเสียๆ ของผมอยู่ก็ไม่รู้ แต่ดูเหมือนไม่เชื่อผมเลย

ผมคิดในใจตอนนั้นว่า

เราไม่ใช่นักโทษที่ต้องล่ามด้วยโซ่ตรวนหรอกนะจ๊ะ ไม่ได้ทำอะไรผิดนะที่รัก ไม่ได้ขโมยตังค์ ไม่ได้โกหกใคร

ไม่ต้องบังคับใจผมก็ได้

ผมจะยอมนิสัยทะลึ่งๆ อย่างนี้ของน้องทำไม

ผมเลยปฏิเสธไปแล้วเดินออกไปจากวงเหล้านั้นเลย

Family ties 5

Family ties
หลานชายและหลานสาวของฉันดูค่อนข้างอึ้ง (หรือตกตะลึง) ขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารกลางวันกันที่บ้านของอ่อง

หลังเจอกันคืนแรก เราคบกันไปเรื่อยๆ และสนิทใจกันมากขึ้นต่อเนื่อง

ผ่านไปไม่นาน แม่โอ่งชวนผมไปร่วมงานแต่งของญาติ เจ้าสาวดูออกเป็นทอม น้องคนนี้เป็นญาติห่างๆ ของแม่โอ่ง และเป็นเพื่อนบ้านในซอยด้วย

และในเดือนเมษายน ปี 2014 แม่โอ่งก็ชวนผม พร้อมกับน้องสาวคนโตของผม ผัวและลูกๆ ของน้องสาวผมสามคน ซึ่งมาเที่ยวเมืองไทยตอนนั้น ไปร่วมงานเลี้ยงตอนกลางวันที่เขาจัดให้คนในซอยอยู่ทุกปี

มีท่าว่าจะคบกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ
แต่สุดท้ายทุกอย่างต้องจบลงกะทันหัน เมื่อผมไม่ยอมออกตังค์เลี้ยงเหล้าวันเกิดแม่


All the world’s a stage 4

All the world’s a stage

เป็นตัวละครที่เล่นบทเพี้ยนๆ กันทั้งนั้นเลย เช่น

1.
พี่ปู

ผู้ชายอายุกลางคน

วันแรกที่เจอกัน แกดึงแขนผมแล้วออกหน้าว่าครอบครัวแกดัง สืบทอดมาจากตระกูลดั้งเดิมแถวนั้น ฐานะไม่รวยแต่มีคนรู้จักทั่วเขต เรียกว่าขุนนางท้องถิ่นก็ว่าได้

"
ผมนามสกุล ณ ระนอง เป็นชื่อเดียวกับถนนเส้นหลักหน้าปากซอยนี้ เขาตั้งชื่อซอยตามนามสกุลผมเลย"

แกบอกพร้อมควักรูปถ่ายเก่าๆ ออกจากกระเป๋าสตางค์ให้ดู เป็นรูปของครอบครัวแก

พี่ปูมีแฟนน่ารักและลูกสาวตัวเล็ก

ดังหรือไม่ดังตามที่แกอ้าง ผมไม่รู้จริงๆ รู้แต่ว่าพี่ปูมีชื่อเสียงแถวนั้นว่าเป็นคนขี้เหนียวจะตายเวลาเลี้ยงในวง

การที่แกไม่มีตังค์ไม่เคยเป็นอุปสรรคให้แกมาเที่ยวที่บ้านนี้เลย

แกชอบกินเหล้าถ้าคนอื่นจ่าย แต่เมื่อถึงตาที่แกต้องออกเอง ถ้าไม่หนีออกไปก่อนเลยนะ แกชอบบอกว่า

"
ไม่มีตังค์"

แล้วก็ไม่ยอมควักออกสักบาทเลย

2.
พี่หมี

พี่ชายอายุกลางคนรูปร่างอ้วนตัวกลม โดนเพื่อนแซวว่าพุงใกล้จะระเบิดแล้ว

พี่หมีขับรถบรรทุกเล็กรับจ้างขนของ และพักอาศัยอยู่กับแม่ในซอย

แกทำกับข้าวเก่ง และชอบทำอาหารให้พวกเรากิน โดยใช้ถังแก๊สและกระทะที่ตั้งอยู่ข้างๆ โต๊ะ

ทำอาหารฝรั่งเป็นขั้นเทพ และชอบถามผมว่า "อร่อยเท่าร้านที่ ตปท. มั้ยฝรั่ง"

อร่อยสิ สู้กับร้านดังๆ ได้เลย

3.
พี่แดง เมีย และลูกๆ ของเขา

พี่แดงเป็นไรเดอร์ (ถ้าจำไม่ผิด) ชอบมาประจำ

เมียเขาชื่ออ้อ มักจะพาลูกสามคนมาด้วยหลังเลิกเรียน

เด็กๆ นั่งเล่นกันที่บ้านแม่โอ่งหลายชั่วโมงต่อวัน ต้องรอให้พ่อกินเหล้าจนอิ่มท้องก่อนถึงจะได้กลับบ้านไปพักผ่อน

4.
ผู้หญิงอายุกลางคน ชื่อแกะ ถ้าผมจำได้ถูก

เป็นตัวแสบ ชอบเกาะกินลูกชาย แล้วก็บ่นพึมพำเรื่องลูกชายถ้าเขาลืมส่งเงินมาให้

ตามนิสัย พี่แกะชอบอิจฉาคนที่มีตังค์ เช่น พี่แกะเกลียดอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ และอดีตนายกฯ ไทย ทักษิณเป็นพิเศษ

5.
แม่โอ่ง เจ้าของบ้าน

เป็นคนเงียบๆ แต่เฟรนด์ลี่ดี เป็นแม่ค้าทำก๋วยเตี๋ยวหน้าตลาดปีนัง และหลังๆ มานี้ก็รับงานเป็นแม่บ้านนอกเขตบ้านที่เขาอยู่ด้วย

6.
ป้าเล็ก

เป็นขาประจำที่บ้านนี้มานานกว่า 10 ปี

เป็นแม่บ้านเช่นกัน และเป็นเพื่อนสนิทของแม่โอ่ง

แกไม่มีตังค์ แต่ชอบหาคนเข้ามาในวงเหล้าเพื่อช่วยเลี้ยงสมาชิกในวงเหล้านี้ไปเรื่อย เพราะกินกันเกือบทุกวันแต่ไม่มีปัญญาออกเงินกันเอง


Promising start 3

Promising start
ดรีม (ซ้าย) แวะมาคุยกับคนในวงรวมถึงป้าเล็ก (ขวา)

ช่วงแรกที่คบกัน แม่โอ่ง เจ้าของบ้าน รับผมเข้าไปในครอบครัวเขา เหมือนเป็นญาติเลย เทคแคร์ฝรั่งคนนี้ดี๊ดี

เขามีเพื่อนสนิทชื่อป้าเล็ก เป็นตัวละครหลักในเรื่องนี้ ชอบดูแลให้ผมอุ่นละมุนหัวใจเหมือนกัน

นอกจากนี้ผมได้ไปรู้จักผัวของแม่โอ่ง ชื่อป๋าน้อย เป็นเจ้าของโรงทำน้ำแข็ง และมีลูกชายชื่อดรีม อายุ 17

เขาทำงานในวงการ shipping

ดรีมน่าจะเป็นคนที่บอกแม่ว่าเรารู้จักกัน เพราะน้องเป็นคนแรกที่เราเจอกันที่หน้าบ้านเขา

พวกเขาถึงชวนผมมากินที่โต๊ะ ในคืนแรกเราก็คุยกัน

ที่โต๊ะนั้นมีพวกขาประจำที่จะมาทุกคืน โดยไม่ต้องมีใครชวนก็มาเองโดยอัตโนมัติ

เวลาพูดคุย คนในวงชอบทำตัวเหมือนกำลังเล่นบทในละครทีวี ต่างคนต่างผลัดกันพูดหรือทำอะไรเว่อร์ๆ เพื่อดึงความสนใจจากคนอื่นในวง


Short memories 2

Short memories
หน้าบ้านแม่โอ่งที่จัดวงกินเหล้า

ผมไม่อยากเสียเวลารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ มากนะ

แต่คนที่เรียกผมแบบนั้น — เขารอให้ผมเดินพ้นจากบ้านก่อนด่า ผมถึงไม่แน่ใจว่าเป็นใครด่าผมกันแน่ — คงลืมเสียแล้วว่า สมัยยังคบกันอยู่ ผมช่วยคนในบ้านและในวงเหล้านั้นมากมายแค่ไหน

ออกตังค์ช่วยหลายคนสารพัด เช่น ออกค่าเรียนให้ลูกชายเจ้าของบ้าน

สมัยนั้นที่ผมยังใจกว้าง กระเป๋าตุงอยู่ ผมยินดีช่วย เพราะเราถือว่าเราเป็นเพื่อนกัน

แต่ก่อนเลิกคบกันไป คนในวงหาว่าผมเป็นฝ่ายเลิกคบในใจซะก่อน เพราะไม่พอใจที่เขาชอบขอตังค์

เขาอ้างว่าผมแอบคิดร้ายๆ กับวง หาว่าเขาหลอกกินเงินผม เป็นอีแอบ

แต่ไม่จริงหรอก ผมไม่เคยคิด และคำพูดน่าเกลียดนี้จะไม่มีวันออกจากปากผมด้วย

"
หลอกกิน" เป็นคำพูดของคนไทยกินเก่งในวงเหล้า ที่ตามสภาพเงินก็เรียกว่า หาเช้ากินค่ำ (แต่ลงทุนกินทุกคืน) เท่านั้นเอง

ขณะที่ผมฟังคำตัดสินของพวกเขาในคืนที่ผมโดนขับออกจากกลุ่ม ผมก็พลันนึกถึงคำเตือนที่เคยได้ยินจากคนอื่นๆ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกในวงเหล้านี้มาก่อน แต่สุดท้ายก็มีอันต้องผิดใจกันไปแบบผม

บางคนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านแล้วแวะมากระซิบเตือนข้างหูเบาๆ บางคนผมบังเอิญเจอที่หน้าปากซอย แล้วพวกเขาก็เล่าให้ฟังว่าความสัมพันธ์มันเริ่มขมขื่นตอนไหน ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องขัดแย้งว่าใครจะเป็นคนจ่ายตังค์


Happy to be insulted 1

Happy to be insulted
Nearby Talad Penang, in Klong Toey

ผ่านมาหนึ่งปีแล้วตั้งแต่อดีตวงเหล้าบอกให้ผมออกไปจากกลุ่มของเขา เพราะผมไม่ยอมเลี้ยงเหล้าเขาเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

หลังจากนั้นเราเลิกคุยกัน แต่ผมยังเดินผ่านบ้านเขาเกือบทุกวัน บ้านเขาอยู่ที่ปลายซอยติดกับถนนเส้นหลักที่ผมเดินไปออฟฟิศ เราใช้ซอยที่เขาอยู่เป็นทางลัดไปฝั่งออฟฟิศของเรา ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 5 นาที

พวกนี้ชอบรวมตัวกันกินเหล้าหน้าบ้านหลังหนึ่งแถวตลาดปีนัง เขตคลองเตย เกือบทุกคืน เราเจอกันหลายปีก่อน หลังจากผมเลิกงานแล้วกำลังเดินกลับบ้านในคืนวันขึ้นปีใหม่ 2014

ตอนนั้นมีป้าคนหนึ่งเรียกผมมาที่โต๊ะ แล้วยื่นแก้วเหล้ามาให้ดื่มเพื่อฉลองปีใหม่

ต่อจากนั้นผมก็มักจะแวะกินเหล้ากับเขาหลังเลิกงานอยู่บ่อยๆ เป็นเวลาหลายเดือน และพอเวลาผ่านไป หลายเดือนก็กลายเป็นหลายปี

แต่หลังจากผมโดนวงคว่ำบาทไป ต่างฝ่ายต่างเชิดหน้ากัน ไม่ยอมคุยกันอีกเลย

วันก่อนผมเดินผ่านบ้านเขาเหมือนเดิม เราเห็นผู้หญิงสามสี่คนนั่งกันอยู่ที่โต๊ะ เป็นขาประจำที่นี่ พวกเธอมองตาขึงใส่ผม

พอเดินเลยหน้าบ้านไป ผมได้ยินคำด่าว่า "ฝรั่งขี้งก" ลอยออกมาจากอดีตวงกินเหล้านั้น

เป็นพวกว่างมาก ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะกินเหล้าประจำที่ผมเคยนั่งร่วมวงคุยด้วย แต่ตอนนี้เลิกคบกันแล้ว

พอได้ยินคำว่า "ฝรั่งขี้งก" ผมก็สะดุ้ง ไอ้พวกมันจะเอาอะไรกันนักกันหนาเนอะ

เค้าคงหิวเหล้า และยังไม่ได้เจอใครเดินเข้ามาในซอยที่พอจะถูกเรียกเก็บเงินให้ออกตังค์เลี้ยงเหล้าในวง

แต่ถ้าผมโดนวงชวนออกไปแล้ว เราจะกลับไปเลี้ยงเหล้าให้มันทำไม อย่างน้อยเราต้องเคลียร์ใจกันก่อน

ฟังแรกๆ ผมโกรธเขา แต่พอคิดอีกที เรารู้ตามนิสัยอยู่ว่าพวกนี้คงไม่คิดอะไรมาก อาจจะแค่เป็นคำทักทายของชาวสลัมแถวนี้ก็ได้

ที่จริงแล้วเราน่าจะถือว่า "ไอ้ฝรั่งขี้งก" เป็นคำชมอีกด้วยซ้ำ เพราะนิสัยผมอาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีโดยไม่รู้ตัว คือขี้เหนียว ตระหนี่ ใจตีบมากขึ้นประมาณนั้น

โดยจะไม่ยอมเสียตังค์เลี้ยงคนไร้ค่าแบบนี้อีก


วงเหล้า ที่ให้มากกว่า ที่คุณขอ

วงเหล้า
ที่ให้มากกว่า ที่คุณขอ


จากวงเหล้าธรรมดา...
สู่การเป็น ‘พ่อคน’ โดยไม่ทันตั้งตัว

1 Happy to be insulted
2 Short memories
3 Promising start
4 All the world’s a stage
5 Family ties
6 The final blow
7 Assuaging guilt
8 New recruits
9 A con unfolds?
10 No talkies
11 You can trust us!
12 Learning my lesson
13 Update — 18 กันยายน 2022
14 Why go back for more

วงเหล้า
ที่ให้มากกว่า
ที่คุณขอ