Blast from the past 10 (BOTM2 Thai)
ผลงานชิ้นที่ 10 ในซีรีส์ BOTM2 Thai ที่เราเอาเรื่องราวจากบล็อกชื่อเดียวกันนี้มาปัดฝุ่นเล่าใหม่เป็นภาษาไทย เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของบล็อกครับ
ลูกชายของผมเป็นกะเทยอ่านได้ที่นี่
หอนแข่งกับพระจันทร์
ผลงานชิ้นที่ 10 ในซีรีส์ BOTM2 Thai ที่เราเอาเรื่องราวจากบล็อกชื่อเดียวกันนี้มาปัดฝุ่นเล่าใหม่เป็นภาษาไทย เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของบล็อกครับ
ลูกชายของผมเป็นกะเทยผลงานชิ้นที่ 9 ในซีรีส์ BOTM2 Thai ที่เราเอาเรื่องราวจากบล็อกชื่อเดียวกันนี้มาปัดฝุ่นเล่าใหม่เป็นภาษาไทย เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของบล็อกครับ
เหมือนกันมากเกินไปสวัสดีครับแม่ ถ้าแม่ต้องออกไปทำงานแบบนี้ทุกวัน อยากขอให้จัดระเบียบที่บ้านใหม่หน่อยได้ไหมครับ เช่น ฝากเงินไว้กับลูกคนโต เผื่อที่บ้านไม่มีอะไรกิน หรือไม่ก็ตุนนมกับมาม่าไว้ให้สลัด/ฮีโร่ด้วย ถ้าเขาอยากกินนมจะได้หยิบเองได้ หรือถ้าหิวมาม่า พวกพี่ๆ จะได้ต้มให้กิน
เมื่อวานตอนที่แวะไปอีกทีประมาณหนึ่งทุ่ม น้องเป้ออกไปตลาด
สวนทางกับพี่แอ๊ดที่ออกไปซื้อของแถวซอยอมรเหมือนกัน แต่ต่างคนต่างไม่ได้คุยกันก่อน
ส่วนน้องตูนก็ออกไปกินข้าวนอกบ้านอีก ไม่มีใครประสานงานหรือคุยกันเลย เท่าที่เราเห็น
เป้ยังไม่ได้พาน้องไปอาบน้ำ และแพมเพิสของฮีโร่ก็แห้งมาก
แสดงว่าน้องไม่ได้กินนมกินน้ำเลย แล้วก็คงไม่ได้กินมาม่าด้วย
เพราะพอถามตูน ตูนบอกว่าที่บ้านไม่มีมาม่าเหลือแล้ว
สุดท้ายเราเลยต้องให้ตูนไปซื้อมาม่าให้น้อง แล้วช่วยจัดการดูแลน้องให้ เพราะยังไม่มีใครทำอะไรเลยครับ :(
เห็นไหมล่ะเวลาที่แม่ออกไปทำงานแล้วมันจะวุ่นวาย
ไม่มีใครจัดเป็นระเบียบเหมือนแม่หรอก
เชื่อยังเวลาที่แม่ออกไปทำงานไม่มีใครดูแลได้
ดีมากเลยนะแม่ ขอระบายอารมณ์อีกนิดนะ
แต่พูดไปแล้วจะแก้ไขยังไงดีล่ะแม่? ลูกๆ อาจจะยังไม่เข้าใจว่าแม่ออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาช่วยเสริมรายได้ให้บ้าน
ถ้าเด็กๆ อยากได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ เขาต้องช่วยจัดการเรื่องในบ้านให้ดีกว่านี้
อย่างน้อยถ้าเขานั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย พอแม่กลับบ้านมาก็คงเหนื่อย
ถ้าต้องมาเจอสภาพแบบนี้อีก จะไปหาแรงใจทำงานต่อจากไหนล่ะ
คนที่น่าผิดหวังที่สุดคือลูกคนโต อยากเรียกตัวเองว่าพี่ ก็ต้องแสดงวุฒิภาวะให้มากกว่านี้
เท่าที่เราเห็น ทุกวันนี้เขามองบ้านเป็นแค่ที่นอน ที่กิน แล้วก็นั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่นึกเลยว่าจะลุกขึ้นมาช่วยใคร เอาแต่ใจตัวเองอย่างเดียว
ทั้งที่จริงแล้วในบ้านยังมีคนอื่นที่ต้องพึ่งอาศัยเขาอยู่ ฮีโร่เองก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้
ที่สำคัญน้องฮีโร่พูดไม่ได้ด้วย พูดง่ายๆ ถ้าพี่เขาไม่มีใจจะช่วย ฮีโร่จะเอาตัวรอดได้ยังไงในแต่ละวันตอนที่แม่ไม่อยู่บ้าน
บ้านแม่เป็นครอบครัวใหญ่ น่าจะจัดระเบียบให้เหมือนค่ายทหารไปเลย เช่น ให้เป้พาน้องไปอาบน้ำตอน 18.00 น. เป๊ะ ต่อไปก็ถึงตาตูน ให้เตรียมมาม่าให้กินตอนหกโมงครึ่งเป๊ะ พอ กินเสร็จ ก็ให้น้องตัวเล็กเก็บจานไปไว้ที่กละมังข้างนอก แล้วล้างจานให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมงหลังกินเสร็จ... อะไรประมาณนี้ครับ
ที่บ้านเลี้ยงฟรีเดย์มาตลอด
มันก็เลยเคยตัวกันเป็นแบบนี้
น่าจะอับอายตัวเองบ้างนะ ฝากบอกพวกเขาไปด้วย ตอนนี้ไม่อยากเจอหน้าเลย ผมมาจากครอบครัวใหญ่เหมือนกันนะแม่ พ่อแม่มีลูกทั้งหมด 4 คน ผมเป็นคนโต สมัยเด็กๆ ตอนผมอยู่ที่ซิดนีย์ โรงเรียนกับบ้านห่างกันประมาณ 40 นาที หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่เราต้องเดินทางไกลทุกวัน พอถึงบ้านก็มืดแล้ว ทุกคนเหนื่อย แต่ต่างคนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อช่วยพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นจะโดนลงโทษ เด็กสมัยนี้มีวันหยุดมีเวลาว่างมากเกินไป ไม่รู้จักว่าชีวิตจริงข้างนอกมันเป็นยังไง เอาแต่เกาะคนอื่นกินจนเคยตัว
อันนี้ไมเคิลก็ว่าเกินไปเด็กไทยกับเด็กจากต่างประเทศไม่เหมือนกัน
เด็กไทยแอนตี้มากกว่านะถ้ามาพูดแบบนี้แล้วอย่างนึงไมเคิลไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับพวกเขาแม่ไม่ได้ว่าอะไรไมเคิลนะแต่คิดว่าเอ็นดูฮีโร่ก็เอ็นดูฮีโร่ไปไม่ต้องไปยุ่งกับพวกเขาเดี๋ยวโตกว่านี้เขาจะจัดการกันเองได้เด็กไทยท่านไม่ชอบไม่ชอบเลยนะเด็กไทยถ้าไม่ชอบไม่ชอบเลยนะเพราะว่าญาติพี่น้องที่ดูแลอยู่เขายังไม่มาด่ามาว่าแบบนี้เลยอย่าให้เด็กมาแอนตี้เลยนะอยู่แบบพันธมิตรดีกว่า
ไม่ได้พูดแรงขนาดนั้นหรอก เมื่อเช้าเราปั่นจักรยานไปหาแม่ที่หน้าบ้านนั้น หลังจากลูกหนีออกจากบ้าน แล้วมาเล่นบนฟุตปาธตามเคยอยู่เป็นครึ่งชั่วโมง โดยไม่มีใครออกตามหาเลย ผมกับแม่ตุ๊กเลยต้องช่วยกันดูแลเด็ก แดดก็ร้อน แถมผมก็อยากกลับบ้าน คิดว่าแม่คงไปกินข้าวแถวนั้นแล้วฝากลูกไว้กับพวกพี่ๆ แต่เด็กดันหนีออกจากบ้านมาก่อนโดยไม่มีใครรู้
พอผมไปถึงตรงนั้น พวกป้าๆ ที่นั่งอยู่ก็พูดพร้อมกันว่า วันนี้ฮีโร่ไปโรงเรียนแล้ว คือทั้งแม่ทั้งลูกไม่อยู่บ้าน แต่ผมบอกว่าไม่ใช่หรอก เห็นน้องแต่งชุดนักเรียนก็จริง
แต่เขายังเดินป้วนเปี้ยนอยู่กับพวกเราที่หน้าซอยอยู่เลย
แล้วก็ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ก่อนหน้านั้นผมแวะเดินไปหาแม่ที่บ้านตั้งสองรอบ
ก็ไม่เจอใคร นอกจากพวกวัยรุ่นที่ นอนหลับกันอยู่
ผมก็ไม่กล้าปลุกมาถาม แม่ตุ๊กเองก็โทรหาแล้ว
แต่ไม่มีคนรับสาย พวกเราเลยไม่รู้จริงๆ ว่าแม่หายไปไหน
ผมเลยถามพวกป้าว่า เมื่อวานมีคนที่นี่ไปรุมถามแม่เรื่องลูกไหม
ที่หาว่าแม่ไม่ยอมดูแลเด็ก? แต่พวกป้าปฏิเสธ
ผมเลยบอกว่า แถวนี้ก็มีคนพูดแบบนี้เหมือนกัน
เรื่องมันมีอยู่แค่นี้แหละแม่
แต่ก็ต้องยอมรับนะว่า เมื่อก่อนเราเคยได้ยินพวกเขานินทากันจริงๆ ว่าแม่แอนไม่ดูแลลูก ชอบกินเบียร์จนดึก ประมาณนี้ โดยที่ผมไม่ได้แต่งเรื่องเสริม และไม่ได้เป็นคนเริ่มพูดด้วย เรื่องมันหลุดออกมาจากปากพวกเขาเอง พวกเรารู้มาแค่นี้แหละครับ