Monday, 12 October 2026

Trapped inside a shell (8)

Trapped inside a shell (8)

(Disappearing act)
อีกมุมหนึ่งของทางเข้าบ้านแอน

ผมหายหน้าไปสามวัน หวังว่าพอกลับมาเรื่องทั้งหมดคงคลี่คลายไปแล้ว

ไม่เลย

เมื่อผมไปเยี่ยมครั้งต่อไป ผมพบว่าเด็กยังเดินไปมาในเสื้อผ้าที่เปียกฉี่อยู่

เพื่อน ๆ รอให้ผมทำหน้าที่ของตัวเอง แต่หลายคนแสดงความเป็นห่วงที่ผมหายไปเสียจนผมให้อภัยพวกเขา

เหตุการณ์ค่อย ๆ คลี่ออกมาเป็นชั้น ๆ พร้อมสีสันแบบไทย ๆ ที่ผมชอบ

ตุ๊ก (ซึ่งชอบเรียกตัวเองว่า แม่ และ ผมว่า ลูก)

“ไปไหนมา? แม่เป็นห่วง

“ปกติถ้าลูกยุ่ง ลูกจะบอกแม่ ทุกคนถามถึงลูกหมดเลย ทั้งแอด พ่อของฮีโร่ สามีแม่ เบนซ์ (ลูกสาวที่เคยมาขอเงินซื้ออาหาร) แม้แต่ฟรายเดย์ (เด็กออทิสติกอีกคน) ก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก

“แม่บอกไปว่าแม่ไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน”

เธอกระซิบบอกผมว่าแอน แม่ของฮีโร่ ถามว่าเธอทำให้ผมโกรธหรือเปล่าที่มาขอให้ผมจ่ายค่าแพมเพิร์สให้ลูก

“แม่ไม่คิดอย่างนี้หรอก”

ตุ๊กบอก

“เพราะลูกเป็นคนใจดี”

ป๋อง สามีของตุ๊กเดินมาถึงและส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่หลอและหักระเกะระกะให้ผม

เบนซ์ ซึ่งผมพบว่านั่งอยู่ที่โต๊ะขายขนมของแม่ โทรหาเพื่อนคนหนึ่งแล้วคุยภาษาจีนกลางเสียงดัง เธอเก่งเรื่องภาษา

ขณะเดียวกัน ตุ๊กโทรหาแอนเพื่อบอกว่าผมกลับมาแล้ว

“เอาเงินมาด้วยหรือเปล่า?”

เธอถาม ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้

เธอคุยกับสามีของแอนก่อน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขารู้เรื่องที่ขอเงินค่าแพมเพิร์สอยู่แล้ว

ผมยังสงสัยว่าแอดจงใจไม่ให้เงินไว้หรือเปล่า โดยคิดว่าในที่สุดผมคงเข้ามาช่วย

หรือบางทีเขาอาจแค่ไม่มีเงินจริง ๆ

ผมก็ยังไม่รู้

หลังจากแอนเดินออกมาบนถนนพร้อมโทรศัพท์ ผมกลับบ้านชั่วครู่เพื่อไปเอาเงินส่วนที่เหลือที่จำเป็น

เมื่อมีเงินอยู่ในมือ เธอก็สั่งแพมเพิร์สทางออนไลน์

ฮีโร่ในกางเกงขาสั้นเปียกฉี่ดูดีใจที่ได้เห็นผมอีกครั้ง และกลับมานั่งเล่นบนตักผม

“ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้เขาซนมาก”

แอนพูด เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าเขาจะงอแงเมื่อผมไม่อยู่

เบนซ์เสริมว่า

“ฮีโร่คิดว่าเขาเจอคนที่คล้ายกับตัวเองในตัวไมเคิล เขาพูดไม่หยุดอยู่ข้างหูไมเคิล  แต่ไม่ค่อยสนใจจะคุยกับคนอื่น”

ความรู้สึกห่างเหินที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นหายไป และผมรู้สึกเหมือนได้รับการต้อนรับกลับเข้าสู่อ้อมกอดอุ่น ๆ ของครอบครัวไทยขยายใหม่ของผม

ต่อมา ผมไปกับแอนที่ร้านตัดผมริมถนนเพื่อให้ฮีโร่ตัดผม

เขานั่งอยู่เฉย ๆ อย่างว่าง่าย ไม่งอแง

ระหว่างรอ แอนเปิดรูปฮีโร่กับพี่น้องของเขาในโทรศัพท์ให้ผมดู เป็นรูปที่ถ่ายตอนเด็ก ๆ

ผมเคยเห็นพี่ชายกับพี่สาวของเขา ทั้งคู่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแถวนี้เอง

 และหน้าตาดีเหมือนน้องชาย

แอนตอบคำถามของช่างตัดผมเกี่ยวกับอาการของฮีโร่ ขณะที่เขานั่งให้โกนผม

เธอบอกว่าเริ่มสังเกตเห็นพัฒนาการที่ผิดปกติเมื่อเขาอายุประมาณ 18 เดือน

แต่เธอไม่ได้พาเขาไปหาหมอ และโทษตัวเองที่ปล่อยให้อาการลุกลามมาจนถึงตอนนี้

ฝั่งตรงข้ามมีโรงเรียนประถมอยู่พอดี แต่ไม่ใช่ทุกครอบครัวในละแวกนี้ที่จะสนับสนุนโรงเรียนแห่งนี้

“มันแย่จนแม้แต่คนในสลัมยังอยากส่งลูกไปเรียนที่อื่น”

พ่อแม่คนหนึ่งเคยบอกผม

เธอส่งลูกไปโรงเรียนวัดแทน

โรงเรียนประถมบอกแอนว่าพร้อมรับฮีโร่เป็นนักเรียน แต่ต้องรอจนกว่าเขาจะสามารถดูแลตัวเองได้ก่อน

ผมบอกแอนว่าข้อแลกเปลี่ยนที่ผมต้องการนั้นง่ายมาก

ผมอยากเห็นฮีโร่ทุกวัน

ผมคิดว่ามันสำคัญที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน

“แม่จะพาฮีโร่ออกมาเล่นกับคุณเมื่อไหร่ก็ได้”

แอนรับปากก่อนที่ผมจะออกจากร้านตัดผมกลับบ้าน

ผมถามแอนว่าเธอคิดไหมว่าความรักที่ผมมีต่อลูกชายของเธอนั้นมากผิดปกติ

“คนไทยเรียกมันว่า เอ็นดู”

เธอตอบ พยายามทำให้ผมสบายใจ

แอนรู้ว่าผมมีนิสัยคิดมากเกินไป

คืนนั้นเมื่อกลับมานั่งอยู่บ้านกับแฟน ผมมองมือที่เริ่มแก่ของตัวเอง แล้วคิดถึงฮีโร่

บางครั้งหลังจากปล้ำเล่นกันพักใหญ่ เราก็แค่นั่งจับมือกัน

ผมคิดว่า

“ผมเหลือเวลาไม่มากแล้ว แต่ผมอยากมอบเวลาที่เหลือให้ลูก”

ทำไมผมถึงใช้เวลานานขนาดนี้กว่าจะมาถึงจุดนี้ในชีวิต?

Blast from the past 2 (BOTM2 Thai)

Blast from the past 2 (BOTM2 Thai)

ผลงานชิ้นที่ 2 ในซีรีส์ BOTM2 Thai ที่เราเอาเรื่องราวจากบล็อกชื่อเดียวกันนี้มาปัดฝุ่นเล่าใหม่เป็นภาษาไทย เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของบล็อกครับ

ยึดบัตรไว้แน่น


บทเรียนราคาแพง (ตอน 1-3)


ความหวังที่ร้านก๋วยเตี๋ยว 

Sunday, 11 October 2026

ย้อนกลับไปดูกรุงเทพฯ เมื่อ 20 ปีก่อน

ย้อนกลับไปดูกรุงเทพฯ เมื่อ 20 ปีก่อน

บล็อกแรกที่ผมเขียนในเมืองไทยชื่อ Bangkok of the Mind ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น BOTM2 ในเวลาต่อมา

ยี่สิบปีหลังจากโพสต์แรก บล็อกนี้ยังคงอยู่บนโลกออนไลน์ เป็นเหมือนเศษซากทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวการผจญภัยในอดีตของผม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนอ่านได้เห็นกรุงเทพฯ รวมถึงฝั่งธนบุรีของแม่น้ำเจ้าพระยา ในแบบที่ผมรู้จักเมื่อครั้งนั้น ซึ่งเป็นเวลาราวห้าปีหลังจากที่ผมเพิ่งเดินทางมาเมืองไทย

จนถึงทุกวันนี้ BOTM2 ยังมีคนเข้ามาอ่านวันละกว่าพันคน ทั้งที่ผมแทบไม่ได้ประชาสัมพันธ์ และนาน ๆ ครั้งถึงจะเขียนอะไรเพิ่มสักที ซึ่งทำให้ผมประหลาดใจไม่น้อย

เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี ผมจึงตั้งใจนำเรื่องเด่น ๆ จากบล็อกกลับมาเผยแพร่ที่นี่อีกครั้ง คราวนี้เป็นภาษาไทย พร้อมภาพประกอบชุดใหม่ที่จะช่วยถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยเหล่านั้น ส่วนต้นฉบับภาษาอังกฤษยังคงอ่านได้ตามเดิม

ผมจะแบ่งเรื่องต่าง ๆ มาลงเป็นชุด ๆ โดยให้น้อง GPT ช่วยแปล ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจแก้แบบเข้มข้นตามธรรมเนียมของเรา คือเขาแปล ผมให้ความเห็น เราช่วยกันขัดเกลาร่างแปล แล้วสุดท้ายก็ตกลงกันให้ได้ แม้บางครั้งอาจต้องยอมรับว่าเรายังเห็นต่างกันอยู่บ้าง

หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งจะพาย้อนกลับไปสัมผัสเมืองไทยในวันวานที่ชีวิตยังดำเนินไปอย่างเนิบช้ากว่า ก่อนที่ระบบขนส่งสมัยใหม่ โซเชียลมีเดีย และล่าสุดคือ AI จะเข้ามาเร่งจังหวะชีวิต พร้อมเปลี่ยนโฉมเมืองและผู้คนไปอย่างไม่หวนกลับ

Our first offerings:

เรียนรู้ที่จะมองดู


อันตรายริมฝั่งแม่น้ำ