Sunday, 21 March 2021

ลืมวันเกิดน้องสาว

กระดาษโน๊ต
ไดอารี่เก่า
'ขอโทษที่เราพลาดลืมวันเกิดเธอ' 

ฉันเขียนส่งอีเมลไปยังน้องสาวคนโต ชื่อแซลลี่

ปกติเราพยามส่งคำอวยพรวันเกิดให้กันทุกปี
แต่อาทิตย์ที่แล้วงานยุ่งจนส่งไม่ทัน
เรารู้แต่คร่าวๆว่าวันเกิดแซลลี่นี้น่าจะมาในช่วงประมาณต้นเดือนมีนา
แต่จำวันเป๊ะๆไม่ได้ พอถึงวันนั้นแล้วดันลืมส่งอีเมลไปให้เค้า
เราจึงต้องขอโทษเค้าทีหลัง
ที่ห้องเรามีไดอารี่เก่า
ที่เอามาจากประเทศบ้านเกิด เก็บไว้เป็นที่ระลึกและเป็นตัวกระตุ้นความทรงจำเลือนลางของเรา ว่าที่บ้านเกิดเราเค้าทำอะไรกันบ้าง
คั่นกลางไดอารี่ฉบับนี้ เราเขียนกระดาษโน๊ตไว้ให้กับตัวเองก่อนจะเดินทางมาเมืองไทย 
เมื่อ20 ปีที่แล้ว
ที่เขียนไล่วันเกิดคนในครอบครัวตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้นทุกปี
เราเขียนไว้เพราะถ้าไม่มีที่กระตุ้นความจำแบบนี้คงจะลืมทุกคน
สำหรับแซลลี่ น้องสาวคนโตที่อายุย่างเข้า 51 ปี ในเดือนนี้
เราจดไปว่า  วันเกิดเค้าคือ วันที่1เดือนมีนา
วันนั้นที่ฉันขียนขอโทษเค้า เป็นวันที่ 5 มีนา 
วันนั้นที่เขียนคำอวยพรแบบย้อนหลัง เราก็เช็คกระดาษที่เราโน๊ตไว้ก่อนส่งอีกที่
ถึงรู้ว่าวันเกิดเค้าผ่านไป 5 วันแล้วจริงๆ 
แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาในวันถัดไปไม่เป็นไปตามคาด
'ไมเคิลไม่ได้พลาดวันเกิดฉันหรอก เป็นวันพรุ่งนี้ต่างหาก' แซลลี่เขียนตอบกลับมา

อ้าวเหรอ เกิดอะไรขึ้น พี่งง

เรากลับไปเช็คกระดาษอีกที
มันบอกว่าวันเกิดเค้าคือวันที่ 1 ตามที่เราคิด
แล้วเรา
เช็คโน๊ตนี้เกือบทุกปีก่อนส่งอีเมล
คำอวยพร
คิดไปคิดมาว่า พอจะไขปริศนาเรื่องนี้ได้แล้ว
ปรากฏว่าเราเขียนวันเกิดเค้าผิดตั้งแต่แรก
และมักจะส่งอีเมลไปยังแซลลี่ทุกปีตามวันที่จดผิดไว้ โดยเราต่างฝ่ายไม่สังเกตุอะไรเลยว่า เราส่ง
คำอวยพรผิดวันไปตลอดทั้ง20 ปีที่ผ่านมานี่เอง
แปลกมั้ย
'เราเขียนผิดไป'  ฉันอธิยายในอีเมลต่อมา
พร้อมแนบส่งรูปไดอารี่เก่าแก่ฉบับนั้นไปให้เค้าดู
ทัังรูปกระดาษที่เขียนวันเกิดผิ
แซลลี่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
โกรธหรือหัวเราะกับพี่ชายขี้ลึมคนนี้รึป่าวไม่รู้
เราขีดแก้วันเกิดเค้าในกระดาษด้วย 
แต่เรื่องนี้น่าจดไว้ในบล๊อกนี่แหละ
เผื่อปีหน้าจะหลงลืมเค้าอีกที

Sunday, 18 October 2020

Maskless in Bangkok (part 6, final)


                             VOA asks: หน้ากากสำหรับวิถีชีวิตใหม่ แต่ทำไมบางคนไม่อยากทำตาม? Why indeed!

แต่ผู้นำนักการเมืองจะว่ายังไงก็แล้วแต่
แต่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าเราต้องปรับจูนชีวิตให้เค้ากับไวรัสนี้ได้แล้ว
ไม่ใช่หาที่ลบโดยปิดบ้าน ปิดเศรษฐกิจ ปิดท้องฟ้า
ในช่วงนี่ที่เรายังรอการพัฒนาวัคซีนอยู่
ยังไงก็ตามผู้เชียวชาญบอกว่า วัคซีนจะไม่สามารถรักษาได้อย่างมหัศจรรย์
เพราะผลวัคซีนอาจจะเข้าไม่ทั่วถึง
สมัยนี้ยังมีหลายคนต่อต้านการฉีดวัคซีนเลย
แต่ในมุมบวก อัตราคนตายจากไวรัสลดลงจากตอนแรก เพราะเรารักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น
และผู้ที่เสียชีวิตจากไวรัสนี้ ส่วนใหญ่มีอายุมากและมีโรคอื่นแทรกซ้อนด้วย
ในทางกลับกันแนวคิดตอนแรกๆ นั้น ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า
เพื่อสร้างความต้านทานต่อไวรัสเราต้องสัมผัสกับมันมากขึ้นต่างหาก
พวกเขาแนะนำให้เราแยกผู้สูงอายุออกไป ให้อยู่ใต้มาตรการ lockdown
อย่างเมื่อก่อน และบังคับให้คนอื่น ๆ ใช้ชีวิตปกติเพื่อจะเกิดความ herd
immunity
-
ผ่านไปแล้วหลายเดือนตั้งแต่ทางรัฐสั่งให้ประเทศเข้าสู่ lockdown
ผมปล่อยตัวหน่อย เราปฏิบัติตัวในการรับ lockdown ในนามเท่านั้น
เพราะไม่ค่อยมั่นใจในระบบนี้เป็นหลายๆอย่าง
ถ้าฉันสวมหน้ากากอนามัย ก็เท่ากับว่าผมซื้อตั๋วเข้าสู่สังคมที่ปลอดภัย
ในสายตาพวกนั้นที่ยังเคร่งเครียดอยู่เรื่องนี้
ผู้คนจะมองว่าฉันเป็นคนที่คล้อยตามพวกเขา แล้วคงจะสบายใจ
ผมจะยอมใจทำเพื่อเค้าเท่านั้น
ฉันจะทำเพื่อรณรงค์ต่อต้านไวรัส แต่ก็ยังหาโอกาสไม่สวมใส่ด้วย
(เช่นเวลาอยู่คนเดียว)
และส่งสัญญาณให้เพื่อนคนไทยรู้ว่าถึงเวลาที่เราจะเริ่มใช้ชีวิตเข้ากับไวรัสนี้ไปแล้ว
จุดยืนของฉันปักหลักอยู่ที่เศรษฐกิจ
เราต้องเริ่มซ่อมแซมและช่วยมันฟื้นขึ้นบ้าง ถึงจะเจอเสี่ยงติดโรคบ้าง
เพราะไวรัสไม่แรงอย่างที่คนคิดในตอนแรก และที่ยิ่งกว่านี้
ชีวิตคนสำคัญมากกว่า

Maskless in Bangkok (part 5)

Line-up at the local 7-11

นักการเมืองพวกนี้ แสดงให้เห็นถึงการขาดความเป็นผู้นำ

เค้าประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจต่ำเกินไปและ
ไม่ยอมมีนโยบายต่อสู้ที่สมดุลมากกว่านี้
เศรษฐกิจอาจจะตกต่ำลงไปเรื่อยจนกว่าจะได้ค้นพบวัคซีนแก้วไวรัสให้หายขาดดี
เพราะการค้นพบและการพัฒนาวัคซีนต้องใช้เวลานาน
และวัคซีนอาจไม่สามารถรักษาได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย
นิวซีแลนด์กำหนดให้มีการปิดกั้นอย่างเข้มงวดและประกาศชัยชนะแบบอวดฝีมือในการสู้รบกับไวรัส
แต่ไวรัสก็ยังกลับมาโจมตีภายในประเทศนั้นอยู่ดี
ชาวบ้านก็เริ่มเสียความมั่นใจในสภาวะ lockdown แล้ว
ในขณะทางรัฐยังบังคับให้คนกักตัวอยู่ที่บ้าน ขอควรปฎิบัติยังเต็มไปด้วยช่องโหว่
คุณอาจตรวจอุณหภูมิตัวเองที่ 7-11 แต่เมื่อเข้าไปข้างในพบว่าต้องโดนคนเบียดเสียดกัน
เหมือนปลาซาร์ดีน social distancing  หายไปไหน
หรือคุณจะอุตส่าฝากทิ้งชื่อ กับที่อยู่ เอาใว้ที่หน้าห้างก็ได้
(คือเสียเวลา) แต่พอเดินเข้าไปก็เห็นทั้งร้านว่างเปล่าอยู่ดี
เพราะคนยังไม่กล้าออกไปข้างนอก
แค่นี่ยังไม่พอ เราจะยังเจอพวกดื้อรั้นไม่ยอมสวมหน้ากากข้างนอกอีกด้วย
ต่อจากนั้นไวรัสเกิดแพร่ระบาดเข้าสังคมเป็นระลอกที่สอง
แต่อัตราผู้เสียชีวิตน้อยกว่าครั้งแรก
ประเทศอย่าง นิวซีแลนด์ ที่รีบประกาศก่อนหน้านี้ว่า ได้ชนะไวรัสเฟสแรกไปแล้ว
เลยดูโง่เขลาไม่น้อย
เนื่องจากต้องกำหนดมาตรการควบคุมใหม่ทำให้คนในท้องถิ่นโกรธแค้นและประท้วงบนท้องถนน
ขณะที่ประชาชนเกิดฉลาดกว่าเมื่อก่อน (คือรู้มาก)
หลังจากถูกนักวิทยาศาสตร์และนักการเมืองพาไปทำชีวิตตัวเองพัง
ต่อจากนี้ถ้าทางรัฐจะให้ ปชช เข้า lockdown อีก เค้าคงไม่ยอมง่ายๆ
เหมือนเมื่อก่อน อีกแล้ว
พวกเขาได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อต้าน lockdown
ในแบบเดียวกับที่ร่างกายของผู้คนทำเมื่อไปสัมผัสกับไวรัสจริงนั้นเอง

-
Lucky still to have jobs...


ยังที่ว่าไปแล้ว ปัญหาไวรัสกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
เช่นเดียวกับการจลาจลในการ race
เพราะผลกระทบไม่สม่ำเสมอและไม่ได้รับการแบ่งปันอย่างเท่าเทียมกัน
พวก Progressives โต้แย้งว่าไวรัสดีดตัวขึ้นเนื่องจากประเทศต่างๆคลี่คลาย
lockdown เร็วเกินไปและพวกเค้าต้องการดึงสะพานขึ้นมาอีกครั้ง
ในขณะพรรค conservatives เน้นการฟื้นตัวเศรษฐกิจก่อน
เนื่องจากการตอบสนองครั้งแรกมีข้อบกพร่อง
และเชียร์มาตรการแบบปานกลาง ไม่ใช่เข้มข้น
เค้าหนุนแนวทางแก้ที่มีความยั่งยืนเนื่องจากไวรัสอาจอยู่กับเราไปอีกนาน
เค้าผลักดันนักวิทยาศาสตร์เห็นด้วย
เพื่อให้เศรษฐกิจและโรงเรียนเปิดอีกครั้ง

now, see here

โพส์ตเด่น

ลืมวันเกิดน้องสาว

กระดาษโน๊ต ไดอารี่เก่า 'ขอโทษที่เราพลาดลืมวันเกิดเธอ'  ฉันเขียนส่งอีเมลไปยังน้ องสาวคนโต  ชื่อแซลลี่ ปกติเราพยามส่งคำอวยพรวันเกิ ดให...

โพส์ตนิยม