Showing posts with label ป๊อป ซอยอมร. Show all posts
Showing posts with label ป๊อป ซอยอมร. Show all posts

Monday, 8 October 2018

กลิ่นอายความขมขื่น 41 (final)

กลิ่นอายความขมขื่น (final)
ป๊อป

ยังมีโอกาส การผจญภัย และประสบการณ์ในชีวิตอีกมากมายแค่ไหนกันนะที่เขาจะไม่มีวันได้สัมผัสอีกแล้ว?

ผมอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามนี้ขึ้นมา พร้อมกับโอบรับความรู้สึกขมขื่นเล็กๆ ที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจ

งานศพของเขากลายเป็นการบอกลาครั้งสุดท้ายให้กับชีวิตที่เพิ่งจะเริ่มต้นได้เพียงเสี้ยวเดียว

แถมงานนี้ยังผ่านพ้นไปได้อย่างสงบเรียบร้อย ด้วยความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของคุณแม่ที่ยอมให้อภัยทุกอย่าง

ภายใต้ท้องฟ้าสีหม่นครึ้มวันนั้น พวกเรามารวมตัวกันอย่างหลากหลาย มีทั้งเด็กในซอย ผู้ใหญ่ในเครื่องแบบ แฟนสาวที่เปี่ยมไปด้วยความรัก เพื่อนๆ ที่มีชีวิตแตกต่างกันออกไป และครอบครัวที่ยังคงตกตะลึงและตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พวกเรามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองให้กับชีวิตที่เพิ่งจะเริ่มเบ่งบาน

ผมตระหนักได้ว่า เขาเป็นมากกว่าแค่ตำนานของซอยอมร และสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับทุกคนที่รู้จักเขาก็คือ... การได้เห็นป๊อปค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เต็มตัวอย่างน่าชื่นชม

ลาก่อน น้องป๊อปซอยอมร

อ่อนต่อโลกเกินไป 40

อ่อนต่อโลกเกินไป
ป๊อป
ทุกวันนี้ คำบรรยายของพิธีกรในงานศพยังคงวนเวียนวกวนอยู่ในใจของผม

"ป๊อปเป็นคนง่ายๆ ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับใคร"

คนที่เล่าเรื่องราวของน้องในวันเปิดงานศพก็พูดประโยคนี้ขึ้นมาเป็นประโยคแรกให้พวกผู้ไว้อาลัยฟังไว้ ตอนนั้นผมนึกในใจเลยว่า "ใช่เลย โคตรเหมาะ!" นี่แหละคือป๊อปซอยอมรของเรา เด็กที่ร่าเริง ไม่คิดมาก ชอบเล่นกวนตีนพาทุกคนหัวเราะไปวันๆ

การที่เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีและไม่คิดมากกับใคร มันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน ผมไม่ได้อยากจะต่อว่าป๊อปหรอกนะ 

แต่ถ้าน้องอ่านคนออกได้ดีกว่านี้อีกสักนิด เขาอาจเลือกที่จะไม่ไปคบหากับคนเหล่านั้นตั้งแต่แรก หรือพวกรุ่นพี่ที่ไม่เคยแคร์ตัวน้องเลยตั้งแต่แรก... แล้วเราก็คงไม่ต้องมาสูญเสียป๊อปไปฟรีๆ แบบนี้

ปล่อยผ่านไป 39

ปล่อยผ่านไป

เพื่อนๆ ซอยอมรที่ยังรออยู่ข้างนอก เมื่อเห็นว่าแม่ไม่เอาเรื่อง 

ก็ยอมปล่อยให้พวกเขากลับไปโดยดี 

ครอบครัวของป๊อปเสียใจมาก 

แต่ไม่ต้องการแจ้งความหรือดำเนินเรื่องกับใคร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากความคึกคะนองแท้ๆ 

อารมณ์ชั่ววูบที่ขาดการไตร่ตรอง... แต่ผลที่ออกมาคือต้องมาเสียน้องไปอย่างไม่มีวันกลับ

รอดตัวหวุดหวิด 38

รอดตัวหวุดหวิด
เพื่อนป๊อปจากซอยอมร มาลาเค้ากันที่งานศพ

พวกกลุ่มรุ่นพี่พวกนี้ยังได้รับโชคลาภก้อนโตอีกระลอกในงานฌาปนกิจวันนั้นด้วย เพราะกลุ่มเพื่อนซอยอมรของป๊อปที่แห่กันมาเพียบต่างก็รวมตัวกันอยู่ที่หน้าวัด หลายคนยังรู้สึกเดือดและไม่พอใจกับสิ่งที่พวกมันทำร้ายน้องอย่างทารุณ

ถ้าเกิดแม่ขัดใจไม่ยอมให้อภัยคนที่พาลูกเขาไปตายโหดๆ ฟรีๆ แบบนั้น เพื่อนๆ ป๊อปจากซอยอมรคงได้ถือโอกาสนี้รุมล้างแค้นพวกมันแน่ และถ้าเป็นอย่างนั้น พวกรุ่นพี่กลุ่มนี้คงต้องได้เจอ "ของจริง" แน่ๆ

พอดีว่าทางเข้าวัดมันเป็นทางออกทางเดียวกันด้วย ตอนที่พวกเขาจะกลับบ้านจึงต้องเดินผ่านกลุ่มเพื่อนของป๊อปที่ยืนรออยู่ข้างนอก บรรยากาศตอนนั้นตึงเครียดมาก

ถ้าต้องเปิดฉากปะทะกันจริงๆ พวกรุ่นพี่กลุ่มนี้จะไม่มีทางหนีรอดออกไปได้เลย

"ทำไมไม่เรียกมันออกมาล่ะ... อยากเจอว่ะ"

อุ๊ย! ใครพูดคำนั้นออกมาน่ะ?

อ๋อ... ผมเองแหละ! ตอนนั้นเราเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ชอบหาเรื่องใส่หัวตัวเองอยู่เรื่อย เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นใจ

ผมนะแต่ก็อดขำๆ ไม่ได้

"ฝรั่งบอกว่าทำไมไม่เรียกมันออกมาวะ" พวกเขาพูดคุยส่งต่อคำนี้กันในวง

แต่สุดท้ายก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น พวกรุ่นพี่กลุ่มนั้นกราบเท้าขอโทษแม่ แล้วแม่ของป๊อปก็ให้

อภัย... เรื่องราวทั้งหมดจึงจบลงเพียงเท่านี้

คุณแม่ปล่อยผ่าน 37

คุณแม่ปล่อยผ่าน

เอาเข้าจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลักฐานอยู่ไม่น้อยว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้อง แต่สุดท้ายครอบครัวของป๊อปกลับเลือกที่จะไม่เอาเรื่อง แม่ยอมปล่อยความโกรธแค้นลงและไม่พูดอะไรมากอีก เพราะคิดว่าเรื่องมันผ่านไปแล้ว

ไอ้เด็กพวกนี้ก็เลยรอดตัวลอยนวลโชคดีไป

มีคนมาบอกผมทีหลังว่า หนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่พวกนี้ดันเป็นญาติแท้ๆ ของป๊อปด้วย ซึ่งถ้าทางครอบครัวทำเรื่องฟ้องร้องไป เด็กที่เป็นญาติคนนี้ก็คงจะถูกพ่วงคดีไปด้วย แม่ก็เลยเลือกที่จะให้อภัยเพื่อตัดปัญหา

ราวกับฝุ่นพิษ 36

ราวกับฝุ่นพิษ

ถ้าป๊อปเล่นเป็นเด็กเกเรเฉยๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่คนกลุ่มนี้ดูแตกต่างออกไป

ไอ้พวกนี้ดูเป็นของแรงของจริง พวกเขาเดินเข้ามาพร้อมกับคำแก้ตัวที่เตรียมกันมาอย่างดี วัยรุ่นในซอยแอบกระซิบระบายบอกผมว่า:

"พวกพี่คนนี้อ้างว่าน้องเล่นยาเกินขนาดจนตาย"

ในช่วงท้ายๆ ของงาน พวกเขาเข้าไปขอขมาแม่ของป๊อป โดยหารู้ไม่ว่าผลชันสูตรศพมันออกมาแล้ว ว่าน้องตายเพราะขาดอากาศหายใจจริงๆ 

ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดเลย และพวกมันก็ยังไม่รู้อีกซะด้วยว่าเมื่อวันก่อน ดาแฟนป๊อปเปิดโทรศัพท์น้องดู แล้วได้ไปเจอคลิปหลักฐานที่พวกมันถ่ายทิ้งไว้ประจานตัวเอง... น่าอายไหมล่ะ

ผมไม่รู้เลยว่าแม่จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ต่อไป

เมฆครึ้มตั้งเค้า 35

เมฆครึ้มตั้งเค้า

ฟ้ามืดเมฆรวมตัวเป็นก้อนอีกแล้ว ฝนตกมาเกือบทุกวันที่เราไว้อาลัยกัน

น้องๆ ในซอยนั่งมอเตอร์ไซค์มา มีเพื่อนซ้อนท้ายมาด้วย พองานจบทุกคืนไม่มีใครคิดจะพาผมกลับไปส่งเลย ผมต้องเดินกลับบ้านเองหรือไม่ก็ต้องไปหาแท็กซี่ข้างนอก แต่พวกน้องๆ ก็ยังชอบมาขอเงินผมเหมือนเดิม... เซ็งชะมัด

กลับไปที่ศาลา มีกลุ่มคนหน้าแปลกๆ เดินเข้ามา ดูจากทรงผมและสไตล์เสื้อผ้าแล้ว 

พวกนี้อาจจะเพิ่งเดินออกจากคุกมามั้ง มารู้ทีหลังว่า นั่นคือพวกกลุ่มรุ่นพี่อีก 3-4 คนที่เล่นพิเรนทร์กับป๊อปในคืนที่เขาตาย พวกเขามาร่วมงานศพวันสุดท้าย และเป็นวันแรกที่พวกมันกล้ามาโชว์หน้าที่งาน

พวกเขาเดินเข้าศาลาเรียงกันมาเป็นแถว บรรยากาศในงานเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพวกเขาปรากฏตัว

เจ้าถิ่นรวมตัว 34

เจ้าถิ่นรวมตัว

ตอนแรกๆ ผมนั่งร่วมกับผู้ใหญ่อยู่ข้างใน เด็กวัยรุ่นส่วนมากก็ยืนอยู่ข้างนอก แต่ก่อนเขาเอาศพน้องเข้าเตา ผมก็เดินออกจากศาลาไปหาเพื่อนป๊อปที่ยืนดูงานอยู่ไว้คุยเล่น วันนี้เป็นครั้งแรกที่บางคนได้เดินทางมาหาน้องตั้งแต่งานเริ่มสี่วันก่อน

"เขาจะเปิดโลงป่ะ?" หลายคนถามจนติดปาก พอเห็นว่าเขาจะเปิดฝาจริง คนที่ยังไม่ได้ดูศพน้องก็รุมไปดูเขาครั้งสุดท้าย ผมเองไปร่วมยืนดูด้วย

วันนี้ผมไม่ได้ร้องไห้มาก ไม่เหมือนวันรดน้ำศพ ผมร้องบ่อยที่เห็นหยดน้ำจับค้างมือน้อง ไม่ยอมตกสักที เพราะน้องไม่ขยับตัว... เขาจากเราไปแล้ว

นั่งคุยกับคุณแม่ 33

นั่งคุยกับคุณแม่

คนมาร่วมไว้อาลัยน้องเต็มหนาตาเลย เป็นร้อยคนได้ ทุกคนใส่เสื้อสวย พ่อป๊อปใส่สูท ดูภูมิใจเป็นพิเศษเพราะเพื่อนบริษัททนายความรับเชิญเป็นเจ้าภาพ 

แม่ป๊อปนั่งอยู่ข้างหลัง มีจังหวะหนึ่งที่เขามานั่งคุยกับผม ผมถามถึงชีวิตน้องที่รังสิต แม่ตอบว่า:

"ในช่วงนั้นที่ป๊อปอยู่กับแม่ ฉันต้องไปทำงาน แต่ฉันให้เขาวันละ 200 บาท"

"ทำไมเยอะจัง" ผมถามต่อ

"ป๊อปบอกว่าค่าข้าวแถวบ้านแพง"

แม่ของเขายอมรับว่าป๊อปเบื่อและคิดถึงเพื่อนๆ ในซอยมาก แต่ใครจะไปคาดคิดว่าคราวเคราะห์และความโชคร้ายเช่นนี้จะรอเขาอยู่ข้างหน้า

แค่แวะมาดู 32

แค่แวะมาดู

พอมาที่ศาลาเดิม ผมมองหาคนที่คุ้นหน้าอยู่แถวศาลาแต่หาไม่เจอ ผมก็เลยเดินเข้าศาลาเลย เจอเรื่องน่าแปลกอีกคือมีศพใหม่จัดตั้งอยู่ เป็นผู้หญิงแก่ นอนตัวแขนยื่นออกมา มีพวงหรีดมาลัยดอกมะลิรอญาติมารดน้ำศพ

นี่ไม่ใช่ป๊อปแน่ เพราะผมเพิ่งช่วยผู้ไว้ทุกข์ผู้ชายหิ้วศพเขาเข้าไปในโลงไม่กี่วันก่อน อ้าว เป็นคนละงานกันเลย! ญาติศพผู้หญิงคงจะงงไม่แพ้ผม พวกเขาคงไม่เคยรู้มาก่อนใช่มั้ยว่าคุณยายมีญาติเป็นฝรั่งด้วย?

ผมเดินวกกลับไปที่ลานจอดรถกลางลานวัด แล้วได้เจองานป๊อปที่ศาลาข้างๆ กันพอดี โล่งใจ! ผมรีบไปนั่งร่วมกับผู้ไว้ทุกข์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มือใหม่หัดเข้างานศพ (Funeral novice) 31

มือใหม่หัดเข้างานศพ (Funeral novice)
ป๊อปนอนโลงศพ

ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการมาร่วมงานศพแบบไทยสักเท่าไหร่ รู้เพียงแค่ว่าถ้ามางานวันเผาศพ (ฌาปนกิจ) ช้าไปเพียงไม่กี่นาที คุณอาจจะพลาดพิธีสำคัญไปเลยก็ได้ เพราะทุกขั้นตอนรันไปอย่างตรงเวลามาก พอพิธีหนึ่งจบลง ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นงานของศพต่อไปก็พร้อมที่จะเริ่มต่อทันที

ผมเคยไปร่วมงานศพของชาวต่างชาติคนหนึ่งที่จัดตามประเพณีพุทธที่วัดแห่งหนึ่ง ตอนนั้นผมไปสายแค่ 15 นาทีเอง แต่ปรากฏว่าร่างของเขาถูกเผาเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว ภาพที่เห็นคือผู้ไว้ทุกข์ต่างพากันแหงนหน้ามองควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับส่งดวงวิญญาณให้ลอยลับไปไกล แถมงานศพต่อไปก็เริ่มดำเนินการต่อที่ศาลาเดิมเรียบร้อยแล้วด้วย

พิธีกรรมที่วัดทำกันเป็นระบบอุตสาหกรรมขนาดนี้เลย ถ้าเรามาล่าช้าหน่อย ญาติของศพต่อไปที่รอคิวอยู่ก็อาจจะบ่นเอาได้ว่าเวลาจัดงานของเขาสั้นลงและไม่คุ้มค่าเช่าศาลา

ดังนั้นในวันเผาศพของป๊อป ผมจึงตั้งใจมาให้ตรงเวลาอย่างดิบดี แต่ดันไปพลาดตรงที่เดินไปหาเขาที่ศาลาเดิม เพราะทั้งกลุ่มผู้ไว้ทุกข์และโลงศพถูกย้ายไปที่ศาลาใหญ่ฝั่งเตาเผาเรียบร้อยแล้ว โดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย

คำพูดไม่เคยเพียงพอ (Words cannot suffice) 30

คำพูดไม่เคยเพียงพอ (Words cannot suffice)

น้องคนนี้เล่าลำดับเหตุการณ์ให้ฟังแบบสั้นๆ แต่มันฟังดูไม่เพียงพอ ไม่ใช่ว่าเขาดูไม่จริงใจหรอกนะ แต่มันแค่ไม่เพียงพอจริงๆ... ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา มันก็ไม่มีวันเพียงพอสำหรับพวกเราที่ต้องสูญเสียป๊อปไปตลอดกาลแล้ว

ณัฐดนัยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าป๊อปหรอก เรื่องนี้ทุกคนก็รู้ดี แต่เด็กหนุ่มคนนี้จะเข้าใจบ้างไหมว่า สิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปนั้นมันจะไม่มีวันย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว การจะสรรหาคำพูดมาแก้ตัวให้กับความผิดหนัก เพื่อให้เรายอมรับในสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยนั้น มันคงเป็นเรื่องที่ฟังขึ้นได้ยาก สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือการยอมรับและแบกรับผลของการกระทำนั้นไว้

ป๊อปกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม และชีวิตที่รังสิตก็เริ่มจะไปได้สวย เขามีทั้งแฟนสาวที่ดี และมีอ้อมกอดครอบครัวที่อบอุ่น แต่พวกกลุ่มคนคะนองเหล่านี้กลับแย่งชิงโอกาสและอนาคตทั้งหมดไปจากมือน้องอย่างหน้าตาเฉย

‘ฉันทำอะไรลงไป?’ 29

‘ฉันทำอะไรลงไป?’
ป๊อปกับเกท 

กลับมาที่งานศพวันแรก หลังจากที่ผมได้ทักทายกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นของน้องที่เดินทางมาจากซอยอมรของเราแล้ว ผมยังมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งนอกซอยของน้องด้วย

ผมเจอผู้ชายคนนี้ชื่อ เกท หรือ ณัฐดนัย ครั้งแรกที่ซอยอมรเมื่อคืนก่อนหน้านั้น เขาคือคนเดียวกันกับคนที่เดินทางมาพร้อมกับป๊อป หลังจากที่พวกเขาเจอผมในซอยแล้ว ทั้งคู่ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินตรงไปยังห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งใช้ยาร่วมกับกลุ่มรุ่นพี่จนหมดสติไป แล้วพวกรุ่นพี่รวมถึงเกทคนนี้ ก็เริ่มแกล้งป๊อปต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้องเสียชีวิต

พูดง่ายๆ ก็คือ ในมุมมองของผม เขาเป็นหนึ่งในคนที่ควรต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของป๊อป

ตอนที่เจอในงาน น้องดูหน้าซีดและตัวสั่นเทา เขาอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจไม่ต่างจากพวกเราทุกคน แต่ปฏิกิริยาต่อการจากไปของป๊อปนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด เขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ที่ทำให้ป๊อปต้องตาย แม้ว่าจะไม่ได้มีเจตนาให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม และทุกคนในงานศพต่างก็รู้เรื่องนี้ดี

ขณะที่ผมเฝ้ามองเขา ผมตระหนักได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องแบกรับความรู้สึกผิดนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของเขา

พอเราเริ่มคุยกัน ผมสังเกตเห็นว่าเขาใส่เครื่องประดับแฟชั่นชิ้นหนึ่งที่ดูเข้ากันได้อย่างตลกร้ายกับงานศพของป๊อป นั่นคือ กำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ที่คอยติดตามตัวตามคำสั่งศาล แสดงว่าน้องคนนี้ยังมีคดีความค้างคาอยู่

น้องคนนี้นั่งอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวข้างนอกศาลา พยายามเว้นระยะห่างแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อนซอยอมรของป๊อป ดวงตาของเขาแดงก่ำ นั่งสูบบุหรี่จัด และไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่พอเขาได้เจอหน้าแม่ของป๊อป เขาก็รีบเข้าไปซุกหัวร้องไห้ที่ตักแม่ของป๊อปทันที พร้อมกับกล่าวคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขาดอากาศหายใจ 28

ขาดอากาศหายใจ

พวกรุ่นพี่พวกนั้นอยู่ในห้องกันประมาณ 4 คน และเล่นกันจนลืมดูสภาพของน้องไปจริงๆ เสื้อผ้าของป๊อปถูกดึงขึ้นมาคลุมบริเวณศีรษะจนขัดขวางการหายใจของเขา

"เขาตายด้วยเหตุนี้ค่ะ พอเห็นว่าเขาไม่ยอมตื่น พวกรุ่นพี่เลยโทรเรียกรถพยาบาลมาที่ห้อง" ดา แฟนสาวของป๊อปบอกเล่า

"หมอพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเขาแล้ว แต่มันสายเกินไป วันต่อมาหมอที่ชันสูตรศพบอกว่าน้องเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดอย่างที่พวกเราคิดกันในตอนแรกเลย"

พิเคราะห์หลักฐาน 27

พิเคราะห์หลักฐาน
เพื่อนป๊อปจากซอยอมร มาลาเค้ากันที่งานศพ

เมื่อผมไปถึงงานศพในบ่ายวันต่อมา ผมพบกลุ่มวัยรุ่นจากซอยอมรกลุ่มหนึ่ง บางคนยังอยู่ในชุดนักเรียน พวกเขากำลังนั่งรุมดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ของป๊อปอย่างใจจดใจจ่อ นั่งกันเงียบๆ ก้มหน้ามองหน้าจอ บางคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่กำลังเห็น

แฟนของป๊อปเอาเครื่องมาให้เด็กๆ ดูคลิป เพื่อนวัยรุ่นกลุ่มนี้ผลัดกันส่งเครื่องไปดู บางคนก็หัวเราะออกมา (ด้วยความเหลือเชื่อ) บางคนก็ร้องไห้

พวกรุ่นพี่ทำกับน้องอย่างไม่ยั้งมือ ทั้งแกล้งและทำให้อับอาย โดยไม่คำนึงถึงสภาพของเขาเลย

ผมขอดูคลิปนั้นด้วยแต่ดูไม่จบ ภาพมันบาดตาและเจ็บปวดใจเกินกว่าที่ใครก็ตามที่เคยรักป๊อปจริงๆ จะรับได้

ภาพที่เราเห็นคือป๊อปนอนอยู่ในสภาพที่หมดสติและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาพแบบนี้มันน่าขำตรงไหน?

พวกรุ่นพี่ทิ้งเขาไว้ในสภาพที่ไม่ต่างจากศพ โดยไม่ได้คิดเลยว่าในตอนนั้นน้องกำลังจะก้าวเข้าสู่สภาพนั้นจริงๆ หลังจากแกล้งกันเสร็จ พวกเขาก็ถ่ายคลิปทิ้งไว้เฉยๆ แล้วพยายามปลุกน้องให้ตื่นขึ้น แต่น้องไม่ตื่นเสียแล้ว

พวกเขาอาจจะแค่อยากเล่นสนุกๆ หรือปล่อยให้อารมณ์คึกคะนองพาสถานการณ์ไป แต่ป๊อปไม่ได้ฟื้นคืนสติกลับมาอย่างที่พวกเขาคาดคิด

กายวิภาคของโศกนาฏกรรม 26

กายวิภาคของโศกนาฏกรรม

ป๊อปอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่อยู่แล้ว เพราะยังไม่สร่างจากฤทธิ์ยาที่ใช้เมื่อคืนก่อน เขาหลับลึกหรืออาจหมดสติไป พวกรุ่นพี่จึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะแกล้งเขา

ในขณะที่เขาอยู่ในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พวกนั้นกลับทำเรื่องที่น่าอัปยศอดสูต่อร่างกายของเขา และถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้โดยที่เขาไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังวางแผนจะนำคลิปเหล่านั้นไปเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียของป๊อปเพื่อให้คนอื่นได้เห็น

แต่มันไม่ได้เป็นไปตามแผน ป๊อปเกิดภาวะขาดอากาศหายใจ และแม้ว่าพวกเขาจะรีบเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วย แต่มันก็สายเกินไป เขาเสียชีวิตลงในที่สุด

วันต่อมา ดา แฟนสาวของเขา ก็ไปพบคลิปเหล่านั้นเข้าขณะที่เธอกำลังค้นโทรศัพท์ของเขาเพื่อหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น

พวกรุ่นพี่อาจไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงไปกว่านั้น พวกเขาอาจมองว่ามันเป็นการแกล้งกันในลักษณะของ "รับน้อง" แต่กลับเล่นกันโดยไม่นึกถึงความปลอดภัยของป๊อปเลย

โดนหลอกอีกจนได้ 25

โดนหลอกอีกจนได้

ผมไม่ตกใจหรอกที่น้องไม่ได้บอกว่าจริงๆ แล้วเขามาซื้อยา เขาอยากทำตัวให้ดูเป็นเด็กดี ซึ่งถ้าเทียบกับเวลานั้นที่น้องยังใช้ชีวิตประจำอยู่ในซอยก็จริงในระดับหนึ่ง

ผมถูกน้องตบตาอีกจนได้ แต่ไม่เป็นไร


การนัดพบที่เป็นความลับ 24

การนัดพบที่เป็นความลับ
ป๊อปกับเพื่อนรอรถไฟไปแถวเมืองทอง ในอีกไม่กี่ชั่วโมงเค้าจะไม่อยู่กับเราแล้ว

คืนแรก เรานั่งดื่มกันอยู่หลายชั่วโมงก่อนที่ผมจะขอตัวกลับไปนอน ป๊อปไปใช้ยาต่อกับเพื่อนๆ และคืนต่อมาเขาก็กลับมาอีกครั้งเพื่อหายาเพิ่ม ซึ่งนั่นกลายเป็นคืนสุดท้ายในชีวิตของเขา

เขาโทรหาผมเพื่อขอค่ารถไฟ ผมเริ่มรู้สึกระแวงเพราะสภาพเขาดูแย่มาก แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าแค่แวะมาแถวนี้เฉยๆ

การพบกันของเราในคืนนั้นสั้นมาก เพราะผมติดธุระ และสารภาพตามตรงว่าผมเริ่มจะเพลียๆ กับเขา ตั้งแต่ที่นั่งคุยกันยาวเหยียดเมื่อคืนก่อนแล้ว

ครั้งนี้เขามากับเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อเกท ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่ผมได้ไปเจอในงานศพของเขาในเวลาต่อมา

ตอนที่ป๊อปกับเกทเดินแยกจากผมไป พวกเขามุ่งหน้าไปขึ้นรถไฟฟ้า (เขายังส่งรูปที่ถ่ายจากบนชานชาลามาให้ผมดูเพื่อเป็นหลักฐานว่าเขาขึ้นรถไฟจริงๆ) 

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้านอย่างที่ปากว่า แต่กลับตรงไปที่ห้องเพื่อนในเมืองทอง และใช้ยากันอีกจนกระทั่งป๊อปฟุบลงไป

นับถอยหลังสู่หายนะ 23

นับถอยหลังสู่หายนะ

แล้วเรื่องทั้งหมดมันบานปลายจนนำไปสู่จุดจบที่รวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?

คืนที่เราเจอกันในซอย ป๊อปบอกว่าเขามาหาเพื่อน แต่ความจริงคือเขามาซื้อยา ทั้งในคืนนั้นและคืนต่อมา ในคืนที่สอง หลังจากที่เราได้เจอกันครู่หนึ่ง เขากับเพื่อนก็นั่งรถไฟฟ้าไปหาพวกพี่ในย่านเมืองทองธานี

และในที่สุดเขาก็เสียชีวิตที่เมืองทองธานี จากการถูกพวกรุ่นพี่เหล่านั้นแกล้งในลักษณะของการ "รับน้อง"

คนรักที่ใส่ใจ 22

คนรักที่ใส่ใจ
ป๊อปใส่เสื้อเซิรตสีเขียวโปรดๆที่แฟนตัดเย็บให้

น้องดามานั่งเฝ้าดูป๊อปทุกวัน เธอมากับแม่ป๊อปเพราะแม่ตัวเองไม่ว่าง ทำงานทุกวัน นอกนั้นครอบครัวเธอเป็นมุสลิม ไม่ค่อยเข้าวัด 

แต่น้องดารักน้องมาก ในวันรดน้ำศพเธอจับมือป๊อปตลอด ในวันถัดมาเธอซื้อข้าวโปรดๆ ให้ป๊อป เปิดเพลงที่เค้าชอบให้ฟังด้วย

น้องดาใส่ชุดนักเรียนมาเพราะยังเรียนอยู่ "

ผมไม่เคยเจอเด็กที่รักแฟนมากขนาดนี้

มีอีกวันหนึ่งเธอเอาเสื้อเชิ้ตสีเขียวมีปกที่ป๊อปชอบใส่มาด้วย น้องดาซึ่งเรียนวิชาตัดเย็บเสื้อผ้าตัดให้เค้า

"เป็นครั้งแรกที่ดาเอาวิชานั้นมาลองตัดเสื้อให้ใครสักคน" ดาเล่าให้ฟัง

เค้าคบกันหนึ่งปีก่อนป๊อปจะเสียชีวิต ดาเล่าต่อว่า ครั้งแรกที่ทั้งคู่ไปเดตกันที่ห้าง 

ป๊อปประกาศก้องเสียงดังลั่นให้ทุกคนแถวนั้นได้ยินว่า "ผมรักดา!" ทำเอาดาหน้าแตกต่อหน้าคนทั้งร้านเลยทีเดียว