ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกัน
ผมเองก็ไม่ชอบหน้าตาของคนที่ดูแลพวกเขาเท่าไร
พระรูปหนึ่งที่ผมเห็นเดินวนเวียนอยู่แถวเด็ก
ๆ สวมจีวรสกปรก ๆ และมีรอยสักเต็มตัว — จะเป็นรอยสักแบบพระจริง ๆ
หรือรอยสักแบบนักโทษก็ไม่รู้
ฟันก็ไม่ดี
และนิ้วมือเป็นสีน้ำตาลจากนิโคติน
ในที่สุด
หลังจากไม่สนใจคำรบเร้าของผมอยู่พักใหญ่
ยายอี๊ดก็พาดรูว์กลับบ้านวันหนึ่งก่อนเปิดเทอมใหม่
ความหวังของเขาที่จะได้ใช้ช่วงปิดเทอมกับเพื่อน ๆ จึงพังลงไม่เป็นท่า
ผมส่งอีเมลถึงพ่อแม่ในเดือนมิถุนายน 2016 หลังจากพาดรูว์ไปว่ายน้ำด้วยกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับจากวัด
ผมเขียนว่า:
“สองเดือนที่ผ่านมา
ซึ่งผมต้องสู้รบกับผู้หญิงชื่ออี๊ดคนนี้
ให้ความรู้สึกเหมือนการหย่าร้างที่ต่างฝ่ายต่างดึงกันไปคนละทาง
ผมไม่ชอบให้ผู้ใหญ่เอาเด็กมาเป็นตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
แม้กระทั่งตอนนี้ผมยังแทบทำใจให้คุยกับเธอไม่ได้
แต่ผมบอกดรูว์แล้วว่าผมจะพยายามกลับมาดีกับเธอ
และเขาไม่ต้องเป็นกังวล
พฤติกรรมของเขาดูจะแย่ลงไปนิดหน่อย...
ตอนนี้เขาดูซนกว่าเดิมเสียอีก เมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอเขาเป็นประจำ”
ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับยายอี๊ดไม่เคยกลับมาเหมือนเดิมจริง
ๆ
ครั้งหนึ่งผมพาแฟนไปเจอเธอ
ขณะที่เรากำลังเดินผ่านซอย
เธอแทบไม่ชายตามองเขาด้วยซ้ำ
รู้สึกถูกคุกคามขึ้นมาหน่อยหรือไง?
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...