ช่วงเวลาต่าง ๆ กับดรูว์ (final)
ดรูว์ไปเที่ยวงานวัด
---ทำความรู้จักกัน---
1.
วันนี้ผมพาดรูว์ไปสวนน้ำราคาแพงแถวบางนาอยู่ทั้งวัน สุดท้ายผมก็โมโหขึ้นมา เพราะเขาไม่ยอมเลิกว่ายน้ำทั้งที่ผมบอกให้หยุด แล้วหลังจากเกิดเรื่องเข้าใจผิดกับเหตุการณ์วุ่นวายอีกสองสามอย่างระหว่างทางกลับบ้าน เขาก็ร้องไห้โฮออกมา
บทเรียนชีวิตราคาแพงฉิบหาย
คุณบีบอกว่าผมชอบเรียนรู้เรื่องเก่า ๆ ใหม่อยู่เรื่อย เพราะเขาเตือนผมหลายครั้งแล้วเรื่องพวกนี้ แต่ผมไม่เคยฟัง
อย่างหนึ่งที่ผมเรียนรู้วันนี้คือ ผมต้องพยายามควบคุมสภาพแวดล้อมของเราให้ได้
ฝูงชนที่สวนน้ำนั่นน่ากลัวมาก...ไม่มีเงินสด แต่ทุกอย่างใช้สายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์หมด ของทุกอย่างข้างในแพงกว่าที่อื่นสองเท่า และคิดเงินทุกเรื่อง แม้แต่ห่วงยางที่จำเป็นสำหรับเล่นสไลเดอร์
เพลงธีมสวนสนุกห่วย ๆ เปิดดังลั่นผ่านลำโพงตลอดทั้งวัน และแทบไม่มีที่ให้นั่ง เพราะที่นั่งทุกตัวมีคนจับจองหมด
ยอมรับว่าสไลเดอร์สนุกมาก เช่นเดียวกับสระน้ำที่ไหลวนรอบโครงสร้างเหมือนคลอง ซึ่งมีระบบสูบน้ำให้ไหลเร็วมาก
ที่สระทหารไม่มีของพวกนี้หรอก
แต่ผมต้องขึ้นทางด่วนไปถึงที่นั่น...ค่าแท็กซี่แพงฉิบหาย แล้วยังมีค่าทางด่วนเพิ่มอีก!
ไม่มีวันไปอีกแล้ว
อีเมลถึงพ่อกับแม่
31 ธันวาคม 2015
2.
เขาดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้น
เวลาที่เขาอยากเป็น เขาก็เป็นเด็กที่น่ารักได้เหมือนกัน
โดยรวมแล้วเขาเชื่อฟัง เพราะเขารู้ว่าผมมีภาระหน้าที่ของตัวเอง และบางครั้งก็ลำบากในการดูแลเขา
ผมเปิดอกคุยกับเขาเรื่องทุกอย่าง ซึ่งช่วยได้มาก
วันนี้ผมพาเขาไปว่ายน้ำ ทั้งที่เป็นวันทำงาน ซึ่งผมไม่ค่อยทำแบบนี้
เขารู้ว่าเราต้องออกจากสระให้ตรงเวลา 3.15 น. และไม่ได้พยายามยื้อเวลาอย่างที่ทำเป็นประจำ
เขารู้ว่าวันไหนผมทำงาน และผมเริ่มงานกี่โมง
เขายังรู้ด้วยว่าคุณบีเข้มงวด และจะเล่นงานผมหนักถ้าดรูว์ทำบ้านเละ
วันก่อนดรูว์เอาน้ำหนักตัวไปพิงราวแขวนผ้าในห้องน้ำ แล้วมันหัก
เขากังวลมากว่าคุณบีจะมีปฏิกิริยายังไง และสิ่งแรกที่ถามผมในเช้าวันรุ่งขึ้นคือ ผมโทรเรียกช่างประจำคอนโดมาซ่อมหรือยัง
เขารู้ว่าผมรักเขามากและเป็นห่วงเขา...
เขาเคยเห็นผมร้องไห้เพราะเรื่องพวกนี้อยู่สองสามครั้ง และดูจะสนใจน้ำตาของผมเป็นพิเศษ
ผมคิดว่าเขาคงสงสารผม
ผมเองก็เคยเห็นเขาร้องไห้เหมือนกัน เพราะเขาเพิ่งแปดขวบ
เขาเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ใจแข็งใช้ได้ และพยายามทำตามความต้องการของทุกคน ในขณะเดียวกันก็พยายามดูแลความต้องการของตัวเองด้วย
แต่บางครั้งมันก็หนักเกินไปสำหรับเขา
เมื่อคืนหลังจากว่ายน้ำ ผมพาเขากลับบ้านแล้วเขาก็หลับไป
แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลุกเขาให้ตื่นอีกครั้ง เพราะเขาเป็นคนหลับลึกมาก
ครั้งแรกที่ผมพยายามปลุก เขาเริ่มร้องไห้ ผมเลยปล่อยให้นอนต่ออีกหน่อย
ในที่สุด หลังจากผมโทรหาแม่ของเขาอยู่หลายครั้ง เขาก็ยอมให้ผมพากลับบ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาก็ควรอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน
อีเมลถึงพ่อกับแม่
10 มกราคม 2016
3.
หนุ่มน้อยดรูว์มีความสุขดี...
เขาร้องไห้ค่อนข้างบ่อย แต่เราก็เข้ากันได้ดี
เขาชอบออกคำสั่งผม แต่เวลาอารมณ์ดีเขาก็จะหอมแก้มและกอดผม ซึ่งผมก็ชอบ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมพาเขาไปว่ายน้ำที่แห่งใหม่
คุณบีให้เสื้อกันหนาวเขาตัวหนึ่ง เพราะช่วงนี้อากาศที่นี่หนาวมาก และผมก็ซื้อรองเท้านักเรียนให้เขาแล้ว
ดังนั้นน่าจะทำให้เขามีความสุขไปได้พักหนึ่ง!
อีเมลถึงพ่อกับแม่
26 มกราคม 2016
--เถียงกันเรื่องอายุ--
เมื่อวานผมพาเขาไปดูนักฟุตบอลซ้อมกันที่สนามท่าเรือ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน
เราทะเลาะกันเรื่องอายุ
ดรูว์ซึ่งชอบคิดว่าตัวเองแก่กว่าวัย ยืนยันว่าเขาอายุ 10 ขวบ
ผมบอกเขาว่าผมเคยเห็นสูติบัตรของเขาแล้ว และในนั้นเขียนว่าแปดขวบ
กลับไปถึงบ้านเขา ผมเอาสูติบัตรให้เขาดู
คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจำตัวเลขได้ถูกต้อง!
ดรูว์ยอมรับว่าเขาอายุแปดขวบ แต่ยืนยันว่าผมควรยอมรับด้วยว่า อีกแค่สองเดือนก็ถึงวันเกิดและเขาจะอายุเก้าขวบแล้ว
โอเค ๆ
เด็กพวกนี้มันต้องชนะให้ได้ทุกเรื่องเลยสินะ!
อีเมลถึงเพื่อนร่วมงานชื่อไมเคิล ซึ่งเป็นคุณพ่อมือใหม่เหมือนกัน
กุมภาพันธ์ 2016
---ปั่นจักรยาน---
ช่วงนี้เราเจอกันเกือบทุกวัน เพราะเป็นช่วงปิดเทอม
เราเริ่มออกไปปั่นจักรยานกันแล้ว
เขาปั่นจักรยาน ส่วนผมวิ่งตามอยู่ข้างหลัง
บางครั้งเขาอยู่ปลายถนนแล้วตะโกนเรียกให้ผมวิ่งตามมา เพราะเบื่อที่จะรอ
ผมบอกเขาว่า ตอนนี้ผมอายุ 50 แล้วนะ และต้องพักบ้าง!
อีเมลถึงพ่อกับแม่
มีนาคม 2016
---พิธีบวช---
สองสามวันแรกเต็มไปด้วยพิธีที่น่าประทับใจ ทั้งพิธีที่เด็ก ๆ ถูกพระโกนผม และอีกพิธีหนึ่งที่ผู้ดูแลจะนั่งอยู่ตรงหน้าเด็ก ๆ แล้วป้อนข้าวให้เหมือนตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กเล็ก ๆ
กลางคืนก่อนนอน พวกเขายังได้รับการนวดหลังอีกด้วย
ลองนึกภาพดูสิ...
เด็ก 80 คนยืนหรือนั่งเรียงแถวกันเป็นแถว ๆ โดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้านหลังคอยนวดหลังให้ ขณะที่เด็ก ๆ สวมจีวรสีเหลือง!
วันแรกพวกเขาจะเรียกว่า “นาค”
แต่พอถึงวันที่สอง พวกเขาจะสวมจีวรสีเหลือง จึงกลายเป็น “เณร” หรือ “สามเณร” ซึ่งเป็นคำเรียกที่ถูกต้องสำหรับพระใหม่
เราไม่สามารถกอดหรือดุพวกเขาเหมือนที่ทำตามปกติได้ เพราะเมื่อเข้าสู่สมณเพศแล้ว พวกเขาไม่ใช่ฆราวาสอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนา
นั่นยังหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถออกไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์กับเด็กคนอื่น ๆ ตามปกติได้ แต่ต้องออกไปเล่นกันเป็นกลุ่มเณรแทน
อย่างไรก็ตาม ป้าอี๊ดกับผมพาดรูว์ไปที่วัดและเข้าร่วมพิธีด้วย
แขกที่ได้รับเชิญประมาณ 40 คน รวมถึงคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูจากโรงเรียนใกล้บ้าน เดินไปหาเด็กทีละคนแล้วตัดปอยผมจากศีรษะของแต่ละคน
ในนั้นมีครูของดรูว์ ซึ่งผมเคยเจอมาแล้ว พ่อแม่จากในซอย และเจ้าอาวาส ซึ่งเอามือลูบท้องผมอย่างเป็นมิตรด้วย
ผมเป็นฝรั่งคนเดียวที่นั่น
นอกจากนี้ยังมีอดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชายชื่อกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเคยเรียนเมืองนอกและพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่พยายามหลบสายตาผม
ผมไม่ได้ไหว้เขา เพราะผมทนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น
ผมไปเยี่ยมดรูว์ที่วัดสามสี่ครั้งในช่วงสองสามวันแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปอีก
เขาเขินและอายต่อหน้าเพื่อน ๆ และไล่ผมกลับ
วันนี้ป้าอี๊ดจะกลับไปที่วัดเพื่อใส่ของถวายลงในบาตรเล็ก ๆ ของเขา ขณะที่พวกเขาออกบิณฑบาต
ดรูว์คาดว่าจะอยู่ที่วัดจนถึงวันที่ 21 เมษายน
ผมคิดถึงเขามากเหลือเกิน
แต่ผมรู้ว่าชีวิตในสลัมช่วงปิดเทอมนั้นน่าเบื่อ ผมจึงคิดว่าการที่พระดูแลเขาอยู่และสอนให้เขามีระเบียบวินัยบ้างก็คงเป็นเรื่องดี
อีเมลถึงพ่อกับแม่
8 เมษายน 2016
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...