กฎระเบียบงอกขึ้นมาเป็นดอกเห็ด |
| ประชาชนเข้าแถวรอคิวที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 (Reuters) |
แฟนรู้ดีว่าผมไม่พอใจที่นักวิทยาศาสตร์และนักการเมืองดูเหมือนจะรู้เรื่องนี้มากกว่าเราไม่เท่าไหร่ แต่กฎระเบียบที่กำหนดว่าเราควรประพฤติตัวอย่างไรกลับงอกขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
ตอนนี้เรารู้แล้วว่ารัฐบาลแต่ละประเทศรับมือกับการระบาดแตกต่างกันออกไป
ที่น่าสนใจก็คือ ประเทศที่มี “เครดิต” อยู่ในธนาคารมากกว่า — หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีทุนความเชื่อมั่นจากประชาชนสะสมอยู่มาก — สามารถออกคำสั่งกับประชาชนได้มากกว่า เพราะคนของพวกเขาเชื่อใจรัฐบาล
งานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกว่า ประเทศที่รับมือได้ดีที่สุดโดยรวมใช้หลัก 3T ได้แก่ การติดตามผู้สัมผัสโรค การตรวจหาเชื้อ และความไว้วางใจ
สวีเดนเลือกเดิมพันกับแนวทางที่เข้มงวดน้อยกว่า ปล่อยให้โรคแพร่ไปค่อนข้างเสรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจหาเชื้อน้อย แต่แยกผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางออกมา และขอให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางกายภาพ
ประเทศต้องจ่ายราคาค่อนข้างแพงในแง่จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในสแกนดิเนเวีย และในช่วงแรกจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันก็ไม่ยอมลดลง
สวีเดนสามารถเดิมพันกับแนวทางนี้ได้ เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อใจรัฐบาลและทำตามคำแนะนำของรัฐ นอกจากนี้ยังมีครอบครัวหลายรุ่นอยู่ร่วมบ้านกันไม่มากนัก และคนหนุ่มสาวจำนวนมากก็อยู่คนเดียว
“คนสวีเดนถูกขอให้รับผิดชอบตัวเอง และพวกเขาก็ทำเช่นนั้น พวกเขาเป็นประชากรที่ให้ความร่วมมือ” โคลิน เฟอร์เนส นักระบาดวิทยาด้านการควบคุมการติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยโตรอนโตกล่าว
เขาบอกว่าความไว้วางใจมีผลต่อระดับที่ประชาชนจะยอมปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในช่วงที่ความรุนแรงของไวรัสยังเป็นเรื่องค่อนข้างลึกลับ
“อิตาลีพยายามใช้มาตรการเข้มงวด แต่ประชาชนไม่ทำตาม” เฟอร์เนสกล่าว “คนอิตาลีไม่ค่อยเชื่อใจรัฐบาล กองทัพต้องถูกเรียกเข้ามาช่วย และตอนนั้นก็สายเกินไปแล้ว”
เขายังชี้ว่าอิตาลีและจีนมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่คนหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะช่วยทำให้การระบาดรุนแรงขึ้น
อิตาลีมีผู้เสียชีวิต 570 คนต่อประชากรหนึ่งล้านคน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และในช่วงที่เลวร้ายที่สุด การระบาดรุนแรงถึงขั้นที่โรงพยาบาลบางแห่งต้องใช้หลักการคัดเลือกผู้ป่วยแบบในภาวะสงคราม โดยให้การรักษากับคนที่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า
ประเทศที่รับมือกับโรคระบาดได้ดีที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออก ซึ่งมีระบบสาธารณสุขที่แข็งแรงและมีความสามารถในการใช้ 3T ดังกล่าว ซาเวริโอ สตรานเจส นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัย Western ในกรุงลอนดอนกล่าว
หลังประสบการณ์โรคซาร์สในปี 2003 ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ต่างก็มีแผนงานและบุคลากรพร้อมสำหรับการตรวจหาเชื้อและติดตามผู้สัมผัสโรคในวงกว้าง
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...