เมล็ดพันธุ์แห่งการต่อต้าน |
| เจ็บใหม เจ็บสิ! |
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการก่อกบฏเรื่องแมสของผมหรือเปล่า?
ผมเป็นคนขวางโลกมาแต่ไหนแต่ไร เพราะไม่ชอบให้คนมีอำนาจ รวมถึงพ่อแม่ มาคอยบอกว่าผมต้องทำอะไร
คนที่มีอุดมการณ์สูงส่งหลายคนอาจหาที่ทางให้ความคิดของตัวเองในพรรคการเมืองหรืออะไรทำนองนั้น
ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ฝ่ายไหน หน้ากากอาจเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม หรือเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านก็ได้
แต่สำหรับพ่อแม่ของผม เรื่องอุดมการณ์อะไรพวกนั้นคงไม่สำคัญมากนัก หากวันหนึ่งพวกเขาต้องมารับหน้าที่ดูแลผมจริง ๆ
หลายปีมานี้ผมเคยหลอกหลอนตัวเองด้วยความคิดว่า วันหนึ่งอาจกลายเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยมีพ่อแม่เป็นเพียงคนกลุ่มเดียวที่ยังเต็มใจดูแลผม
ผมอาจพยายามอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างจริงจังถึงความเชื่อเรื่องเสรีภาพหรืออุดมการณ์อะไรสักอย่างของผม ขณะที่พวกเขาก็คงตอบอย่างใจเย็นว่า
“ได้จ้ะลูก ดีแล้วที่มีความเชื่อของตัวเอง ทีนี้พลิกตัวมาทางนี้หน่อย เดี๋ยวพ่อเช็ดก้นให้”
เมื่อเจอเรื่องแบบนี้เข้าไป ความเชื่อทางการเมืองหรืออุดมการณ์ต่าง ๆ ก็ดูจะมีความสำคัญน้อยลงไปมาก พ่อแม่แค่ต้องการดูแลผมให้เรียบร้อยเท่านั้น
ผมเขียนเรื่องปั่นจักรยานตอนนั้นในเดือนตุลาคม 2020 หกเดือนหลังจากประเทศไทยใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2020 ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทัศนคติแบบเสรีนิยมของผมต่อการใส่หน้ากากอยู่กับผมมาตลอดช่วงการระบาดของโควิด แม้กระทั่งหลังจากที่ผมติดเชื้อในเดือนมิถุนายน 2022
จากนั้นผมก็แพร่เชื้อให้แฟนทันที ซึ่งถึงแม้จะคอยบ่นเรื่องนิสัยใส่แมสแบบขอไปทีของผม เขาก็ไม่ได้ด่าผมที่เป็นคนเอาเชื้อมาให้
มันติดกันง่ายจะตาย ผมบอกเขา เพราะฉะนั้นเขาอาจติดมาจากใครก็ได้
“จะมาโทษผมทำไม?” คือความคิดแผลง ๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...