Monday, 18 November 2019

Face to face at last (part 2)

Face to face at last (part 2)

ธีร์ดูอ้วนขึ้น ซึ่งเขาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่า ผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่วันๆ ได้แต่นอนอย่างเดียว ไม่ได้ออกไปข้างนอกหรือไปเจอใครเลย วันนั้นธีร์ใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงสีชมพูล้วน เนื้อผ้าบางๆ คล้ายกับชุดนอน 

หรือไม่ก็ชุดที่พวกผู้ต้องหาใส่จากห้องขังไปขึ้นศาลแบบที่เราเห็นในข่าว ชุดนี้เป็นชุดยูนิฟอร์มประจำของผู้เข้ารับการบำบัด เจ้าหน้าที่คงไม่ยอมให้เด็กๆ ใส่เสื้อผ้าธรรมดาแต่ถ้าพวกเขาให้เด็กๆ กินยาแล้วนอนอย่างเดียวแบบที่ธีร์เล่า ก็คงไม่มีใครสนใจเรื่องการแต่งตัวเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องกลับไปนอนต่ออยู่ดี

"ตื่นแต่เช้ามาเข้าแถวกัน เสร็จแล้วก็ไปนอนต่อ" ธีร์เล่าให้ฟังในอีกหลายเดือนต่อมา เมื่อมีเพื่อนในซอยถามเขาว่าประสบการณ์ชีวิตข้างในโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอย่างไร

แต่ขอกลับไปที่ห้องเยี่ยมผู้ป่วยในวันนั้นก่อน

ตัวแม่เริ่มคุยกับลูกก่อน โดยถามถึงสารทุกข์สุขดิบในเรื่องทั่วไป ต่อจากนั้นเธอก็เริ่มสั่งสอนเขาในทำนองว่า "เมื่อได้กลับบ้านแล้ว ลูกต้องหางานทำเพื่อช่วยเบาภาระของแม่ และห้ามกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกนะ" ธีร์พยักหน้ารับคำเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง เขาดูตั้งใจฟังแม่มาก คงเป็นเพราะพวกเราเป็นผู้เยี่ยมกลุ่มแรกที่มาหาเขา เลยตั้งใจฟังทุกคำพูดเป็นอย่างดี

เพราะโอกาสที่จะได้เจอใครภายนอกนั้นถูกจำกัดไว้ตามกฎเกณฑ์ของโรงพยาบาล

ผู้รับการบำบัดทุกคนต้องตัดขาดจากสังคมภายนอกเพื่อที่จะทำการรักษาตัวได้อย่างเต็มที่ พวกเขาไม่มีสิทธิ์โทรศัพท์หาใคร หรือรับแขกคนไหนนอกจากญาติสนิทและครอบครัวตามเวลาที่กำหนดไว้เท่านั้น


No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...