Monday, 18 November 2019

Face to face at last (part 3, final)

Face to face at last (part 3, final) 

ถ้าแม่อยากจะเช็กอาการของลูกว่าเป็นอย่างไร เธอต้องโทรศัพท์ไปคุยกับหมอเจ้าของไข้โดยตรงในช่วงเย็นเท่านั้น

ไม่สามารถโทรมาคุยเล่นกับลูกชายได้ ทางเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ทางครอบครัวหรือเพื่อนฝูงเข้ามาปะปนกับผู้รับการบำบัดมากเกินไป 

เพราะถ้าพูดกันตามตรง บางครั้งปัญหาจากครอบครัวนั่นเองที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดความเครียดจนต้องกลับมาพึ่งพายาเสพติดและต้องมารักษาตัวในที่สุด เด็กๆ เหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีเวลาพักสมองและพักผ่อนหย่อนใจ

หันกลับมาที่ตัวแม่ของเขาอีกที เวลาที่เธอคุยกับลูกเธอจะพูดเร็วมากจนแทบหายใจไม่ทัน ราวกับว่าเธอท่องจำข้อความเหล่านี้ขึ้นใจมาก่อนที่จะเข้ามาเจอหน้าธีร์ 

หรือไม่เธอก็อาจจะอยากแสดงให้ผมเห็นว่าเธอเป็นแม่ที่ดีและเป็นห่วงลูกจริงๆ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งในบทสนทนาที่ทำให้ผมฟังแล้วรู้สึกสะดุดใจขึ้นมาทันที

เมื่อแม่พูดกับลูกว่า  "พอกลับบ้านแล้ว ไม่ต้องเรียนต่อแล้วนะ ตั้งใจหางานทำเลยดีกว่าลูก ทุกวันนี้มีคนเรียนจบสูงๆ ตั้งเยอะแยะแต่หางานทำไม่ได้ เพราะนายนายจ้างเขาเลือกรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่าคนที่ถือแค่วุฒิการศึกษาเฉยๆ"

ผมคิดในใจว่า เรื่องสำคัญขนาดนี้แม่ไม่เคยเอาไปคุยกับลูกมาก่อนหน้านี้เลยหรือไง นี่มันเป็นเรื่องอนาคตของเขาเลยนะ

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...