Thursday, 21 September 2023

Get out the notepad 80

Get out the notepad 

แม้ผมจะเคยมาเที่ยวกรุงเทพฯ มาก่อน แต่ก็ยังรู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้ไม่มากนัก

ผมชอบความวุ่นวายของมัน

ผมชอบเสียงภาษาไทยที่ฟังเป็นท่วงทำนอง โดยเฉพาะเรื่องวรรณยุกต์

นอกจากอาหารอร่อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้ผมมากที่สุดในช่วงแรกคือ ความงดงามของภาษา

ผมตัดสินใจว่าจะต้องเรียนภาษาไทยให้ได้

วันแรกที่มาถึงกรุงเทพฯ ผมซื้อสมุดโน้ตเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง

มันกลายเป็นเพื่อนคู่กายของผมไปพักหนึ่ง

ผมพกมันติดตัวไปทุกที่ และคอยจดคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่พบระหว่างวัน

เวลาเดินเล่นกับมิสเตอร์บี ผมจะชี้ไปยังสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแล้วถามว่า คนไทยเรียกมันว่าอะไร

บางครั้งเป็นคำง่าย ๆ

บางครั้งก็เป็นคำยากอย่าง “ลานโบว์ลิ่ง” หรือ “การเล่นโบว์ลิ่ง”

และเมื่อรู้คำหนึ่ง ผมก็มักถามต่อไปอีกหลายคำ

สมัยนั้นการเรียนภาษาไม่ได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้

ไม่มี YouTube

ไม่มีโซเชียลมีเดีย

ไม่มีแอปเรียนภาษา

ผมอาศัยหนังสือ สมุดโน้ต และความอดทน

ผมซื้อหนังสือภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยมาอ่าน แล้วทำในสิ่งที่ผู้เขียนคงไม่ได้ตั้งใจไว้

แทนที่จะสนใจภาษาอังกฤษ ผมกลับสนใจคำแปลภาษาไทยมากกว่า

ผมนั่งถอดรหัสประโยคเหล่านั้นย้อนกลับทีละประโยค

ทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน ผมมักใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินเพ่นพ่านอยู่ในตลาดพลู

ผมฟังผู้คนพูดคุยกัน

สังเกตชีวิตรอบตัว

จดคำศัพท์ใหม่ ๆ

และค่อย ๆ เรียนรู้ภาษาไปพร้อมกับเมืองแห่งนี้

Early misunderstanding 79

Early misunderstanding

ห้องพักที่ YWCA เล็กมาก มีพื้นที่พอสำหรับเตียง ตู้เสื้อผ้า และข้าวของอีกไม่กี่ชิ้น

มิสเตอร์บีย้ายเข้ามาอยู่กับผมในฐานะเพื่อนร่วมห้อง

ตอนนั้นผมพูดภาษาไทยแทบไม่ได้ ส่วนภาษาอังกฤษของเขาก็ยังมีไม่มาก

เราจึงเข้าใจกันผิดอยู่เสมอ

คืนหนึ่งก่อนเข้านอน ผมบอกเขาว่าให้นอนข้าง ๆ ผมบนเตียง

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผมหันกลับมาอีกทีและพบว่าเขากำลังจัดที่นอนบนพื้น

เขาเข้าใจผิด

ผมรีบหยุดเขาทันที

และบอกว่าเขาจะไม่นอนบนพื้น

หลายปีต่อมา ผมจึงได้รู้ว่า ตอนเด็ก ๆ มิสเตอร์บีไม่เคยมีห้องนอนเป็นของตัวเองเลย

เขาแบ่งพื้นที่อยู่กับพี่น้องมาตลอด

บางทีจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่เขาจะคิดว่าการนอนบนพื้นเป็นเรื่องปกติ

ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจภูมิหลังของเขามากนัก

เช่นเดียวกับที่เขายังไม่เข้าใจภูมิหลังของผม

เรากำลังเรียนรู้กันและกันอยู่

เรื่องของมิสเตอร์บี 78

เรื่องของมิสเตอร์บี 
us สมัยนี้น

ผมเห็นมิสเตอร์บีทำงานอยู่ที่ร้านนี้มาหลายวันแล้ว แต่ไม่กล้าเข้าไปนั่ง เพราะดูจากบรรยากาศแล้วน่าจะแพง

แต่วันหนึ่งผมก็เดินเข้าไป คงเพราะหิวมาก

ที่นั่นผมได้พบเจ้าของร้าน ชายไทยร่างสูงที่มีรูปร่างสมชื่อ เขาชื่อเล่นว่า ไจแอนท์

ไจแอนท์พูดภาษาอังกฤษได้ และพาผมไปรู้จักกับพนักงานของเขา รวมถึงมิสเตอร์บีที่ยิ้มสวย ดูร่าเริงและนิสัยดี

ตอนนั้นมิสเตอร์บีเพิ่งมาอยู่กรุงเทพฯ เช่นกัน หลังเดินทางมาจากบ้านเกิดที่ชลบุรี

ไจแอนท์บอกผมว่า

“ตอนนี้มิสเตอร์บีนอนพักอยู่ที่บ้านผม อยากให้เขาย้ายเข้าไปอยู่ห้องไมเคิลไหม จะได้เป็นเพื่อนกัน เขาจะได้สั่งอาหารอร่อย ๆ ให้กิน แล้วก็ช่วยแก้เหงาในชีวิตประจำวันด้วย”

ผมตกลง เพราะอยากมีเพื่อน

มิสเตอร์บีย้ายเข้ามาอยู่กับผม

เมื่อเราเริ่มรู้จักกันมากขึ้นและสนิทใจกัน เราก็ตัดสินใจหาห้องเช่าที่อื่นอยู่ด้วยกัน

ชายหนุ่มที่เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนร่วมห้อง กลายมาเป็นคู่ชีวิตของผม

ผมยังเก็บเบอร์โทรศัพท์ของไจแอนไว้จนถึงทุกวันนี้

เผื่อวันหนึ่งผมจำเป็นต้องส่งมิสเตอร์บีกลับคืนเจ้าของเดิม

แต่ผมยังไม่กล้าโทรหาเขาเลย