Meanwhile, back at home...
 |
| เตียงผู้ป่วยที่ว่างเปล่าถูกพบเห็นภายในโรงพยาบาลสนามในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2021 (Reuters) |
ในไทยเอง เราก็กลัวจนแทบจะไม่ออกจากบ้าน รัฐสั่งปิดร้านค้า โรงเรียน บริษัท และหนักที่สุดคือปิดประเทศ ห้ามเที่ยวบินเข้าออก ทั้งที่เศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ผลคือคนตกงานจำนวนมาก
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความเชื่อมั่นในมาตรการของไทยลดลงก็คือ มาตรการต่าง ๆ เต็มไปด้วยช่องโหว่ เช่น ตรวจอุณหภูมิหน้าร้าน แต่ข้างในกลับเบียดเสียดกัน หรือบังคับให้ลงชื่อเข้าห้าง แต่ข้างในร้านค้ากลับว่างเปล่า
มีกรณีอื้อฉาวอยู่หลายเรื่อง ทั้งจุดบอดของหน่วยงาน ช่องโหว่ของกฎระเบียบ และการบังคับใช้มาตรการที่หละหลวม ซึ่งทำให้ระบบควบคุมโควิดเสียชื่อไปไม่น้อย
ในขณะที่คนไทยทั่วไปและคนไทยที่เดินทางกลับประเทศต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันอย่างเคร่งครัด คณะทูตและบุคลากรทางทหารกลับได้รับข้อยกเว้น
ความไม่พอใจของประชาชนปะทุขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ทหารอียิปต์คนหนึ่งตรวจพบเชื้อหลังจากหลุดจากการกักตัวและออกไปเที่ยวห้างในจังหวัดระยอง ทำให้คนหลายพันคนต้องกักตัวเอง และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบก็ยิ่งพังลงไปอีก
อีกกรณีที่อื้อฉาวไม่แพ้กันคือ การระบาดครั้งใหญ่ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงบ่อนการพนันผิดกฎหมายในระยองและชลบุรี เจ้าหน้าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะในตอนแรกตำรวจท้องที่ปฏิเสธว่าบ่อนเหล่านี้มีอยู่จริง ทั้งที่เจ้าหน้าที่ติดตามผู้สัมผัสโรคจนพบผู้ติดเชื้อหลายสิบรายที่เชื่อมโยงกลับไปยังบ่อนเหล่านั้นโดยตรง
แรงงานข้ามชาติก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของระบบควบคุม ไทยพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างมาก แต่แรงงานจำนวนไม่น้อยทำงานอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบสาธารณสุข และไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน
ขบวนการลักลอบขนคนข้ามพรมแดนสามารถหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมชายแดนได้ จนนำไปสู่การระบาดครั้งใหญ่ที่ตลาดอาหารทะเลในสมุทรสาคร แรงงานถูกนำไปกักตัวในโรงงานภายใต้มาตรการ “bubble and seal” ที่เข้มงวดและมีข้อถกเถียงกันไม่น้อย
ขณะเดียวกัน การระบาดระลอกที่สามซึ่งรุนแรงมาก และมีสายพันธุ์อัลฟาเป็นตัวขับเคลื่อน ก็ถูกสืบย้อนกลับไปยังสถานบันเทิงหรูระดับไฮเอนด์ในย่านทองหล่อของกรุงเทพฯ
มีรายงานว่านักการเมือง ข้าราชการ และคนร่ำรวยระดับชนชั้นนำพากันไปใช้บริการสถานที่เหล่านี้ ทั้งที่ฝ่าฝืนคำแนะนำด้านสาธารณสุข จนเกิดการระบาดเป็นวงกว้างขึ้นมาก่อนเทศกาลสงกรานต์พอดี
มาถึงสิ่งที่เรียกกันว่า “โรงแรมโควิด” ซึ่งตัวโรงแรมเองก็มีรูรั่วอยู่ไม่น้อย
คนไทยที่เดินทางกลับประเทศและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศต้องออกเงินเองเพื่อเข้าพักในโรงแรมเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเป็นเวลา 7-14 วัน
ในช่วงแรก ผู้เข้าพักต้องอยู่แต่ในห้องของตัวเอง จนกว่าจะตรวจ PCR ครั้งแรกแล้วได้ผลเป็นลบ อาหารถูกจัดใส่กล่องมาวางไว้หน้าห้อง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเข้ามาตรวจวัดอุณหภูมิทุกวัน
แต่การกักตัวอย่างเข้มงวดก็ทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎอยู่บ่อย ๆ
มีคนถูกจับได้ว่าแอบไปมาหาสู่กันระหว่างห้อง ออกมายืนคุยกันตามทางเดิน หรือพยายามสั่งเหล้าและอาหารจากร้านข้างนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต
ชาวต่างชาติและคนไทยบางคนถึงกับถูกจับได้ว่าพยายามออกจากโรงแรมไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหรือไปเที่ยวบาร์ข้างนอก
เนื่องจากกฎของโรงแรมมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินรองรับอยู่ การฝ่าฝืนมาตรการกักตัวจึงมีโทษค่อนข้างหนัก ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก ถูกส่งตัวไปยังสถานพยาบาลของรัฐ และสำหรับชาวต่างชาติอาจถึงขั้นถูกเนรเทศและขึ้นบัญชีดำห้ามกลับเข้าประเทศ
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...