Tired and emotional (Part 1)
แต่ในเมื่อมึงกล้าทำ มึงก็ต้องกล้ารับด้วยนะจ๊ะ
ผมแม่งเบื่อระอากับนังแม่คนนี้เต็มที
ลืมทิ้งลูกจนเค้าคิดสั้นทำร้ายตัวเอง
แถมยังต้องไปนอนทนทุกข์ทรมาน (ตามที่ไอ้เต๋าบอกมา)
ตอนนั้นในหัวผมคิดแค่ว่า คงไม่มีใครหน้าไหนหันมาเหลียวแลน้องแน่ๆ
ถ้าผมไม่ยอมสวมบทคนบ้ามาโวยวายซะก่อน
แม่เอาน้องไปฝากไว้กับใครที่ไหนกันแน่ที่โน่น? ผมยังไม่รู้
เท่าที่ผมลองเช็กจากในเน็ต ราชบุรีมีสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดเยอะก็จริง
แต่แทบไม่มีที่ไหนเปิดให้รักษาฟรีแบบที่ไอ้เต๋าว่าเลย
แล้วไอ้สถานที่บำบัดที่ให้บริการฟรีเนี่ย คุณภาพมันจะไปมีได้ยังไง
ผมโกรธจนจุกอก พูดอะไรไม่ออก ใจจริงอยากบอกแม่ว่าผมเป็นห่วงน้องมากแค่ไหน
แต่พอต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ มันกลับตื้อไปหมด แทบจะร้องไห้ออกมาแทน
ส่วนแม่เองก็โมโหหน้าดำคร่ำเครียดไม่แพ้กัน
“ไมเคิล บุกเข้ามาในบ้านแม่ได้ยังไง! มึงคิดอะไรอยู่ฮะ! จะให้แม่เรียกตำรวจไหม!”
แม่ตวาดท้าทายผม แฟนของแม่ที่เป็นทอมหน้าสวยแต่ตาโตเศร้าๆ รีบเดินเข้ามาหาพยายามจะช่วยไกล่เกลี่ย
“ไม่เป็นไรนะ...เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังก็ได้”
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...