Reason for hope (part 2)
ทุกวันนี้สถานะบนเฟซบุ๊กของแม่ระบุไว้ว่า
“ขอพบเจอแต่ความดี ไม่มีทุกข์ ธีร์และบีรักเรา.. ต้องรักลูกเราด้วย”
ข้อความนี้ฟังดูแปลกอยู่บ้าง
ราวกับว่าผู้หญิงคนนี้จำเป็นต้องเตือนสติของตัวเองอยู่เสมอว่าหน้าที่ของคนเป็นแม่คืออะไร
ธีร์เดินทางกลับมาบ้านในช่วงกลางเดือนตุลาคมหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการบำบัดรักษาตัว
เขาดูมีความสุขและร่างกายแข็งแรงดี
โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว
ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นรูปร่างผอมสูงเก้งก้างเหมือนเมื่อก่อน
ครั้งนี้แม่ไม่ได้ปล่อยให้น้องกลับมาใช้เวลาว่างอย่างไร้ประโยชน์ในซอยเหมือนเก่า
แต่รีบจัดหางานให้ทำที่โรงงานยาสูบทันที
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องเพียงครั้งเดียว
แต่ไม่ได้ถามถึงประสบการณ์ของเขาในสถานบำบัดแห่งนั้น
เพราะไม่อยากเสียเวลาพูดถึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว
น้องเอ่ยปากขอให้ผมช่วยเลี้ยงเหล้าฉลองสักมื้อ
เหมือนอย่างที่พวกเราเคยทำกันเป็นประจำก่อนที่เขาจะไปบำบัดตัว
แต่ครั้งนี้ผมเลือกที่จะปฏิเสธไป
“ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนไปแล้วนะธีร์
พี่เลิกดื่มเหล้าแล้ว และไม่ค่อยได้แวะไปหาใครในซอยนี้อีก
พวกพี่ไม่ได้นั่งรอเฉยๆ ให้แกกลับมาบ้านหรอกนะ ชีวิตของทุกคนต้องเดินหน้าต่อไป”
สิ่งที่ผมพูดไปคือความจริง
ปัจจุบันผมตัดสินใจเลิกคบค้าสมาคมกับกลุ่มคนข้างในซอยนั้นแล้ว
ไม่ได้เดินไปหาพวกวุฒิหรือต้นมาเป็นเวลานาน
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...