Picking up the trail (Part 1, final)
![]() |
| หน้า 7-Eleven |
ย้อนกลับไปในปี 2020
ผมบังเอิญเจอเขาที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นแถวบ้านอยู่สองสามครั้ง
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
เขาเล่าให้ฟังว่าได้ลองไปวิ่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันอยู่พักหนึ่ง
แต่สุดท้ายก็ไม่ชอบสักงาน
น้องขอเงินผมไปใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า 'ทำไมพี่ไม่แวะไปหาผมที่บ้านอีกเลยล่ะ?'
มันก็จริงครับ เพราะผมไม่ได้ไปหาเขามานานมากแล้ว
และพยายามหลีกเลี่ยงเข้าไปในซอยของน้องด้วย
![]() |
| ธีร์เป็นวินมอเตอร์ไซค์ |
เส้นทางชีวิตของธีร์เองก็ดูไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลย
ผมไม่อยากกลับไปพัวพันกับปัญหาของครอบครัวนี้อีก
น้องยังคงป่วยอยู่
และแม่ของเขาก็ยังคงมีพฤติกรรมสร้างความปวดหัวให้เหมือนเดิม
เมื่อปีที่แล้ว (ปี 2019) น้องต้องกลับเข้ารับการบำบัดยาเสพติดอีกรอบ
ซึ่งถือเป็นครั้งที่สามภายในระยะเวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น
โดยเขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลช่วงเดือนพฤษภาคมและเพิ่งจะได้รับอนุญาตให้ออกมาในช่วงปลายเดือนกันยายน
ส่วนฝั่งของแม่ ในวันที่ มกราคม 9, 2020 แม่ของเขาซึ่งย้ายกลับมาทำอาหารขายที่บ้าน
ได้โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียในลักษณะที่ดูไม่ค่อยมีความเมตตาต่อลูกชายคนโตของเธอสักเท่าไร
แกโพสต์ไว้ว่า:
“เสีย1 ดี1 ทดแทนให้กำลังใจกันไป
ทุกอย่างล้วนเป็นอดีต ถูกสร้างมาเพราะเวรกรามล้วนๆ ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ขอขอบใจ
ส่วนคนที่ไปก็ขอขอบคุณ โลกนี้ไม่มีอะไรเเน่นอน... แต่ต่อจากนี้ไป เราขอ 9หน้าเรื่องทำมาค้าขาย อาชีพแม่ค้า ขยันๆยังไงก็ไม่อดตาย #เปิดล้านค่า”
มองเผิน ๆ แล้ว
ชีวิตของแม่ธีร์ดูเหมือนจะเริ่มขยับไปข้างหน้าอีกครั้ง
จากข้อความที่เธอโพสต์
ดูเหมือนเธอพยายามปล่อยวางสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมองว่ามันเป็นผลของเวรกรรม
และหันกลับไปทุ่มเทกับการทำมาหากินแทน
ไม่ว่าจะเชื่อเรื่องกรรมมากน้อยเพียงใด
การค้าขายยังต้องดำเนินต่อไป และค่าใช้จ่ายของครอบครัวก็ยังรออยู่เหมือนเดิม


No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...