Quick detour to ICU (Part 1, final)
![]() |
| หลังแอดมิทที่โรงบาล ยังรอหมอมาหา |
หมอก็สั่งย้ายตัวเขาเข้าห้อง ICU ทันที เพราะกลัวว่าเขาจะเกิดอาการตื่นตกใจจนทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่นรอบข้าง
หลังจากตรวจประเมินอาการเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมอได้หันมาคุยกับแม่ตรงๆ ว่า อาการของธีร์ย่ำแย่มากจนหวิดจะกลายเป็นคนที่มีภาวะจิตเภทขั้นรุนแรง
หมอบอกว่า
ถ้าปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปอีกเพียงไม่นาน ลูกชายก็มีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นคนเสียสติไปตลอดชีวิต
หมอเตือนไว้อย่างน่ากลัวจริง
แต่ถึงอย่างนั้น
หมอก็ยังให้ความหวังว่าทางโรงพยาบาลจะมีหนทางรักษาอาการให้ดีขึ้นได้
จนเขาสามารถกลับมาเป็นคนปกติได้เหมือนเดิม
โดยหมอแนะนำแกมบังคับว่าธีร์จำเป็นต้องอยู่รักษาและบำบัดตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือนเต็ม
หลังจากที่ธีร์เข้าบำบัดรักษาตัวได้ครบสองวัน
แม่ได้โทรศัพท์ไปเช็กอาการของลูกชายกับทางโรงพยาบาล
หมอแจ้งว่าอาการของเขาเริ่มทรงตัวและดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้สามารถนอนหลับได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพายานอนหลับแล้ว
"หมอบอกว่าเขานั่งนิ่งๆ ฟังหมอพูดได้แล้ว ไม่มีอาการกระวนกระวายหรือลงแดงอยากยาเสพติดเลย" แม่เล่าให้ผมฟังต่อ "
แต่เขายังดูเงียบๆ ไม่ยอมคุยกับใครเหมือนยังมีอาการช็อกชั่วคราวและยังไม่กล้าแสดงออกเท่าไหร่
ซึ่งหมอบอกว่าทางโรงพยาบาลจะคอยช่วยประคับประคองตรงนี้เพื่อดึงความมั่นใจในตัวเองของเขากลับมา"
แม่บอกอีกว่า ในช่วงแรกๆ
หมอจะเน้นจ่ายยาปรับสารเคมีในสมองเพื่อให้ผู้ป่วยสงบจิตสงบใจลงก่อน
แต่พอเข้าสู่เดือนที่สองและเดือนที่สาม เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจะเริ่มชวนผู้ป่วยทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น
เล่นเกมและเล่นกีฬา
จากนั้นทีมเยียวยาจะจัดกิจกรรมกลุ่มบำบัดทางจิตวิทยา และเปิดโอกาสให้พวกเด็กๆ
ได้ฝึกทักษะอาชีพติดตัวไว้ใช้ทำมาหากินด้วย

No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...