Monday, 18 November 2019

Quick detour to ICU (Part 1, final)

 Quick detour to ICU (Part 1, final)

หลังแอดมิทที่โรงบาล ยังรอหมอมาหา

หมอก็สั่งย้ายตัวเขาเข้าห้อง ICU ทันที เพราะกลัวว่าเขาจะเกิดอาการตื่นตกใจจนทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายคนอื่นรอบข้าง

หลังจากตรวจประเมินอาการเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมอได้หันมาคุยกับแม่ตรงๆ ว่า อาการของธีร์ย่ำแย่มากจนหวิดจะกลายเป็นคนที่มีภาวะจิตเภทขั้นรุนแรง 

หมอบอกว่า ถ้าปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปอีกเพียงไม่นาน ลูกชายก็มีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นคนเสียสติไปตลอดชีวิต 

หมอเตือนไว้อย่างน่ากลัวจริง 

แต่ถึงอย่างนั้น หมอก็ยังให้ความหวังว่าทางโรงพยาบาลจะมีหนทางรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ 

จนเขาสามารถกลับมาเป็นคนปกติได้เหมือนเดิม โดยหมอแนะนำแกมบังคับว่าธีร์จำเป็นต้องอยู่รักษาและบำบัดตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือนเต็ม

หลังจากที่ธีร์เข้าบำบัดรักษาตัวได้ครบสองวัน แม่ได้โทรศัพท์ไปเช็กอาการของลูกชายกับทางโรงพยาบาล 

หมอแจ้งว่าอาการของเขาเริ่มทรงตัวและดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้สามารถนอนหลับได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพายานอนหลับแล้ว

"หมอบอกว่าเขานั่งนิ่งๆ ฟังหมอพูดได้แล้ว ไม่มีอาการกระวนกระวายหรือลงแดงอยากยาเสพติดเลย" แม่เล่าให้ผมฟังต่อ "

แต่เขายังดูเงียบๆ ไม่ยอมคุยกับใครเหมือนยังมีอาการช็อกชั่วคราวและยังไม่กล้าแสดงออกเท่าไหร่ 

ซึ่งหมอบอกว่าทางโรงพยาบาลจะคอยช่วยประคับประคองตรงนี้เพื่อดึงความมั่นใจในตัวเองของเขากลับมา"

แม่บอกอีกว่า ในช่วงแรกๆ หมอจะเน้นจ่ายยาปรับสารเคมีในสมองเพื่อให้ผู้ป่วยสงบจิตสงบใจลงก่อน 

แต่พอเข้าสู่เดือนที่สองและเดือนที่สาม เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลจะเริ่มชวนผู้ป่วยทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น 

เล่นเกมและเล่นกีฬา จากนั้นทีมเยียวยาจะจัดกิจกรรมกลุ่มบำบัดทางจิตวิทยา และเปิดโอกาสให้พวกเด็กๆ ได้ฝึกทักษะอาชีพติดตัวไว้ใช้ทำมาหากินด้วย


No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...