World closing in (Part 1)
ผมแวะไปหาธีร์ที่ห้องเช่าหลังจากที่เราไม่ได้เจอกันนานถึง 10 วัน พอไปถึงหน้าห้องซึ่งอยู่ห่างจากบ้านแม่เขาเพียงไม่กี่เมตร คนแรกที่ผมเจอก็คือ 'เต้' เพื่อนบ้านของแม่
เต้ยังดูเป็นหนุ่มแน่น แต่เขาเป็นพ่อของ 'ต้น' ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของธีร์ด้วย ผมทักทายเขาก่อนจะถามขึ้นด้วยความเกรงใจว่า
“ผมอยากคุยกับธีร์หน่อย รบกวนช่วยเคาะประตูให้หน่อยได้ไหมครับ”
ลึก ๆ แล้วผมรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง เพราะวันนั้นไม่มีใครชวนผมมา
แต่เป็นเพราะต้นเพิ่งมาบอกผมว่า
ช่วงนี้ธีร์เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกไปพบปะหน้าใครเลย
ดูเหมือนเต้จะดีใจที่จะได้แกล้งกวนธีร์เล่น
ๆ
เขายิ้มให้ผมแต่ไม่ได้เอื้อมมือไปเคาะประตูตามที่ขอ แต่กลับยกเท้าถีบประตูให้เปิดออกเสียงดังปัง! พร้อมตะโกนเรียกธีร์เสียงดังลั่น
“ไอ้ธีร์! ไมเคิลมาหาเว้ย!”
ธีร์ซึ่งกำลังนอนคว่ำตัวอยู่ตรงมุมห้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงโครมครามนั้น
“มีอะไรเหรอไมเคิล?” เขาละล่ำละลักถามผมด้วยความตกใจ
ผมอธิบายไปตามตรง “ไม่มีอะไรหรอก เราแค่เป็นห่วง เห็นว่าธีร์ดูซึม ๆ ไป ทำไมไม่ยอมออกไปหาเราบ้างล่ะ”
ขณะที่พูด ผมก็แอบสำรวจสภาพห้องของเขาไปด้วย
ข้าวของเครื่องใช้ถูกทิ้งวางระเกะระกะกระจัดกระจายจนผมแทบจะไม่กล้าก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเขา
ตัวห้องเป็นคอนกรีตเปลือยธรรมดา
ๆ ที่สร้างขึ้นมาเป็นห้องพักให้เช่าราคาไม่กี่พันบาท
ฝาผนังไม่ได้ทาสี
และพื้นห้องก็ไม่มีกระเบื้องปู เป็นเพียงปูนฉาบเรียบเปล่า ๆ
โดยไม่มีการตกแต่งใด
ๆ มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ
ที่ให้ความรู้สึกเหมือนห้องกักขังมากกว่าห้องพักอาศัย
โดยมีเพียงห้องนอนและห้องน้ำแยกออกไปอีกห้องหนึ่งเท่านั้น
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...