Thursday, 21 September 2023

หลงอยู่ในชานเมือง 29

หลงอยู่ในชานเมือง 
ผมนั่งอุ้มหลานของแฟน ชื่อคอนเนอร์ ที่ Wellington

แต่ช่วงเวลาดีๆ ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป

หลังผ่านการแถลงข่าว

การอภิปรายงบประมาณ

การประชุมสภา

การหาเสียง

รวมทั้งคดีในศาลสูงและศาลแรงงานอยู่สองปี

ผมเริ่มเบื่อการเมือง New Zealand

เปลี่ยนแต่นักการเมือง

แต่เรื่องเดิมๆ ก็วนกลับมาอีก

ผมเริ่มดื่มมากขึ้น

เลิกงานช้าลงทุกวัน

เพราะยังไม่อยากแยกจากเพื่อนๆ ที่บาร์

เพื่อนนักข่าวของผมต่างมีชีวิตที่กำลังพุ่งไปข้างหน้า

พวกเขาคบกับคนวัยเดียวกัน

คุยกันเรื่องงานใหม่

การเดินทาง

อนาคต

โอกาสที่กำลังรออยู่

รัฐสภาเป็นโลกเล็กๆ ที่แทบไม่ต้องออกไปไหน

มีร้านอาหาร

บาร์

ร้านซักแห้ง

ฟิตเนส

ใช้ชีวิตได้ทั้งวัน

โดยแทบไม่เห็นแสงแดด

แต่พอเลิกงาน

ผมกลับต้องขึ้นรถเมล์

นั่งกลับบ้านไม้หลังเล็ก

ในย่านชนชั้นแรงงานอย่าง Newtown

ที่นั่นมีเชอวอน

กับไหมพรมกองโตของเธอ

ใช่ครับ...

ไหมพรมจริงๆ

ยุคที่เราเคยเป็นคู่รักต่างวัย

เดินฝ่าคำครหาใน Christchurch

จบลงแล้ว

ตอนนี้

เราก็เป็นแค่คู่ธรรมดา

ที่ใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่ในชานเมือง

Newtown
อยู่ไม่ไกลจากใจกลาง Wellington

แต่ให้ความรู้สึกเหมือนคนละโลก

และไม่นาน

โลกใบนั้นก็เริ่มน่าเบื่อเหมือนกัน

เชอวอนจะเล่าให้ฟังว่า

วันนี้ไปเยี่ยมเพื่อน

หรือไปหาญาติคนไหนมา

ผมก็เล่าเรื่องที่รัฐสภา

แล้วเราก็ดูโทรทัศน์ด้วยกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

ทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง.


เจอคู่หู 28

เจอคู่หู 
โตแล้ว: Matthew Hooton

แมทธิวได้รับการแต่งตั้งเป็นบรรณาธิการ (Post)... see below

หนึ่งในเพื่อนใหม่ที่สนิทที่สุด

คือ Matthew Hooton

เด็กหนุ่มที่ลาออกจากมหาวิทยาลัย

เพื่อวิ่งตามความหลงใหลเรื่องการเมืองเต็มตัว

เขาเป็นคนเขียนสุนทรพจน์

และโฆษกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

Dr Lockwood Smith

Matthew
อายุเพียงยี่สิบเอ็ดปี

แต่ติดตามการเมืองมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ

เขาหลงใหลพรรค National

และเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเปลี่ยนประเทศ

เราเข้ากันได้แทบจะทันที

ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเป็นนักยุทธศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่

ที่พร้อมจะช่วยพรรคอนุรักษ์นิยมปฏิรูป New Zealand

ฟังดูทะเยอทะยานมาก

สำหรับเด็กสองคน

ตลอดห้าปีที่ผมอยู่ Wellington

เราเจอกันแทบทุกสัปดาห์

ทุกวันนี้ Matthew กลายเป็นนักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง (และตอนนี้กลายเป็น บก 

ทั้งใน New Zealand และ Australia

ยังเชียร์ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเหมือนเดิม

หลายปีต่อมา

ผมเห็นเขาให้สัมภาษณ์ย้อนถึงสมัยนั้น

"
เราเป็นเด็กที่อยากเปลี่ยนโลก"

เขาพูด

แล้วก็พูดจริงเสียด้วย

สมัยนั้น

ถ้าโทรศัพท์ภายในจาก Beehive ดังขึ้น

ผมแทบไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นใคร

"
อีกห้านาที"

Matthew
จะพูดแค่นั้น

ก่อนหัวเราะเหมือนเด็กซน

ผมก็รู้ทันที

หมายถึงอีกห้านาที

เจอกันที่บาร์

เบียร์แก้วแรกกำลังรออยู่

เราสองคนเหมือนนักการเมืองฝึกหัด

ที่ยังไม่มีใครเลือกตั้ง

PS: ในเดือนมิถุนายน 2026 แมทธิวได้รับการแต่งตั้งเป็นบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ เดอะ โพสต์ (The Post) ในเมืองเวลลิงตัน ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ชาญฉลาด โดยมีเจตนาที่จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มคนระดับแนวหน้าของสังคมอย่างไม่ต้องสงสัย  

ดิ่งสู่การเมือง 27

ดิ่งสู่การเมือง 
จากซ้ายมือสุด: อาคารรัฐสภา, the Beehive, Bowen House

ที่ Christchurch

ผมเคยเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็ก

หลังลาออกจากหนังสือพิมพ์ของลุงกลินแล้วมาทำงานกับ The Press

ผมผ่านงานนักข่าวฝึกหัดครบทุกแบบ

ตั้งแต่งานแฟร์ตามต่างจังหวัด

ประชุมสภาท้องถิ่น

เขียนคำบรรยายภาพไม่รู้จบ

ไปจนถึง "dog shift"

กะดึกที่ทุกคนกลับบ้านหมดแล้ว

เหลือแค่ผม

กับเสียงวิทยุตำรวจที่ดังแกรกๆ เป็นเพื่อน

เผื่อมีข่าวด่วนก่อนหนังสือพิมพ์ปิดแท่น

ผมค่อยๆ ไต่ขึ้นมารับผิดชอบข่าวศาลาว่าการเมือง

มีข่าวหน้าหนึ่งออกมาเรื่อยๆ

คนในกองบรรณาธิการรู้ว่า

ถ้าต้องการข่าวนำ

ก็มักจะโยนงานมาให้ผม

ชื่อของผมเริ่มเป็นที่คุ้นตาของคนอ่านในเมือง

แต่พอมาถึง Wellington

ทุกอย่างเริ่มใหม่หมด

ผมกลายเป็นแค่นักข่าวหน้าใหม่

ท่ามกลางผู้สื่อข่าวรัฐสภาที่บางคนทำข่าวการเมืองมาหลายสิบปีแล้ว

เพื่อนร่วมทีมสามคนแบ่งสายข่าวกันไว้ก่อนที่ผมจะมาถึง

ส่วนของผมคือ

การศึกษา

สวัสดิการสังคม

และสาธารณสุข

ผมหลงใหลเรื่องสาธารณสุขเป็นพิเศษ

จนเริ่มมุดลงไปในรายละเอียดของนโยบาย

ใช้เวลาคุยกับข้าราชการและผู้กำหนดนโยบายอยู่บ่อยครั้ง

หลายครั้งก็นั่งคุยกันต่อที่บาร์ในอาคาร Beehive

พวกเราสี่คนส่งข่าวกลับสำนักงานใหญ่ที่ Christchurch

ผ่านโมเด็มต่ออินเทอร์เน็ตแบบหมุนหมายเลข

ที่ช้าจนน่าหงุดหงิด

ออฟฟิศของเราอยู่ใน Bowen House

ตึกสูงฝั่งตรงข้ามรัฐสภา

มีโต๊ะทำงานสี่ตัว

โทรทัศน์เก่าๆ

วิทยุเครื่องหนึ่ง

กับเครื่องชงกาแฟแบบหยดที่ดูเหมือนทำงานหนักมาหลายสิบปีแล้ว

ตอนนั้นอาคารรัฐสภาบางส่วนกำลังเสริมความแข็งแรงรับแผ่นดินไหว

ทั้งสื่อมวลชน

เจ้าหน้าที่รัฐสภา

รวมถึง สส. บางส่วน

จึงย้ายมาทำงานที่นี่ชั่วคราว

ส่วนอาคาร Beehive กับ Bowen House ยังเชื่อมถึงกันด้วยอุโมงค์ใต้ดินที่มีทางเลื่อนเหมือนสนามบินพาดผ่านใต้ถนน Bowen

ชีวิตนักข่าวรัฐสภาทำให้ผมได้สัมผัสโลกสองด้านพร้อมกัน

ด้านหนึ่งคือการเมือง

เต็มไปด้วยอัตตา

การแข่งขัน

และการแบ่งข้าง

อีกด้านคือการถกเถียงเรื่องนโยบายสาธารณะ

ซึ่งส่งผลต่อชีวิตผู้คนทั้งประเทศ

ช่วงนั้น New Zealand กำลังอยู่ในยุคปฏิรูป

รัฐบาล Labour เป็นคนเริ่ม

รัฐบาล National ก็เดินหน้าต่อ

ผมยิ่งอ่าน

ยิ่งสนใจ

ยิ่งอยากเข้าใจว่ารัฐกำลังเปลี่ยนประเทศอย่างไร

ในรัฐสภา

ทุกคนมีความเห็นทางการเมือง

ต่างกันแค่จะพูดออกมาตรงๆ หรือไม่

ส่วนผมก็ทำหน้าที่เดิม

คุยกับทุกฝ่าย

ทั้งรัฐมนตรี

ฝ่ายค้าน

นายจ้าง

สหภาพแรงงาน

ทุกคนต่างมีของที่จะแลกเปลี่ยน

ข้อมูลคือสินค้า

ส่วนรัฐสภาก็คือตลาดนัดของมัน