Thursday, 21 September 2023

ดิ่งสู่การเมือง 27

ดิ่งสู่การเมือง 
จากซ้ายมือสุด: อาคารรัฐสภา, the Beehive, Bowen House

ที่ Christchurch

ผมเคยเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็ก

หลังลาออกจากหนังสือพิมพ์ของลุงกลินแล้วมาทำงานกับ The Press

ผมผ่านงานนักข่าวฝึกหัดครบทุกแบบ

ตั้งแต่งานแฟร์ตามต่างจังหวัด

ประชุมสภาท้องถิ่น

เขียนคำบรรยายภาพไม่รู้จบ

ไปจนถึง "dog shift"

กะดึกที่ทุกคนกลับบ้านหมดแล้ว

เหลือแค่ผม

กับเสียงวิทยุตำรวจที่ดังแกรกๆ เป็นเพื่อน

เผื่อมีข่าวด่วนก่อนหนังสือพิมพ์ปิดแท่น

ผมค่อยๆ ไต่ขึ้นมารับผิดชอบข่าวศาลาว่าการเมือง

มีข่าวหน้าหนึ่งออกมาเรื่อยๆ

คนในกองบรรณาธิการรู้ว่า

ถ้าต้องการข่าวนำ

ก็มักจะโยนงานมาให้ผม

ชื่อของผมเริ่มเป็นที่คุ้นตาของคนอ่านในเมือง

แต่พอมาถึง Wellington

ทุกอย่างเริ่มใหม่หมด

ผมกลายเป็นแค่นักข่าวหน้าใหม่

ท่ามกลางผู้สื่อข่าวรัฐสภาที่บางคนทำข่าวการเมืองมาหลายสิบปีแล้ว

เพื่อนร่วมทีมสามคนแบ่งสายข่าวกันไว้ก่อนที่ผมจะมาถึง

ส่วนของผมคือ

การศึกษา

สวัสดิการสังคม

และสาธารณสุข

ผมหลงใหลเรื่องสาธารณสุขเป็นพิเศษ

จนเริ่มมุดลงไปในรายละเอียดของนโยบาย

ใช้เวลาคุยกับข้าราชการและผู้กำหนดนโยบายอยู่บ่อยครั้ง

หลายครั้งก็นั่งคุยกันต่อที่บาร์ในอาคาร Beehive

พวกเราสี่คนส่งข่าวกลับสำนักงานใหญ่ที่ Christchurch

ผ่านโมเด็มต่ออินเทอร์เน็ตแบบหมุนหมายเลข

ที่ช้าจนน่าหงุดหงิด

ออฟฟิศของเราอยู่ใน Bowen House

ตึกสูงฝั่งตรงข้ามรัฐสภา

มีโต๊ะทำงานสี่ตัว

โทรทัศน์เก่าๆ

วิทยุเครื่องหนึ่ง

กับเครื่องชงกาแฟแบบหยดที่ดูเหมือนทำงานหนักมาหลายสิบปีแล้ว

ตอนนั้นอาคารรัฐสภาบางส่วนกำลังเสริมความแข็งแรงรับแผ่นดินไหว

ทั้งสื่อมวลชน

เจ้าหน้าที่รัฐสภา

รวมถึง สส. บางส่วน

จึงย้ายมาทำงานที่นี่ชั่วคราว

ส่วนอาคาร Beehive กับ Bowen House ยังเชื่อมถึงกันด้วยอุโมงค์ใต้ดินที่มีทางเลื่อนเหมือนสนามบินพาดผ่านใต้ถนน Bowen

ชีวิตนักข่าวรัฐสภาทำให้ผมได้สัมผัสโลกสองด้านพร้อมกัน

ด้านหนึ่งคือการเมือง

เต็มไปด้วยอัตตา

การแข่งขัน

และการแบ่งข้าง

อีกด้านคือการถกเถียงเรื่องนโยบายสาธารณะ

ซึ่งส่งผลต่อชีวิตผู้คนทั้งประเทศ

ช่วงนั้น New Zealand กำลังอยู่ในยุคปฏิรูป

รัฐบาล Labour เป็นคนเริ่ม

รัฐบาล National ก็เดินหน้าต่อ

ผมยิ่งอ่าน

ยิ่งสนใจ

ยิ่งอยากเข้าใจว่ารัฐกำลังเปลี่ยนประเทศอย่างไร

ในรัฐสภา

ทุกคนมีความเห็นทางการเมือง

ต่างกันแค่จะพูดออกมาตรงๆ หรือไม่

ส่วนผมก็ทำหน้าที่เดิม

คุยกับทุกฝ่าย

ทั้งรัฐมนตรี

ฝ่ายค้าน

นายจ้าง

สหภาพแรงงาน

ทุกคนต่างมีของที่จะแลกเปลี่ยน

ข้อมูลคือสินค้า

ส่วนรัฐสภาก็คือตลาดนัดของมัน

โอกาสใหม่ 26

 โอกาสใหม่ 

แต่ขอกลับมาที่เรื่องเดิมก่อน

หลังจากคบกับเชอวอนได้ประมาณสามปี

ช่วงนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครอบครัวกำลังตึงเครียดที่สุด

จู่ๆ บริษัทก็เปิดโอกาสให้ผมย้ายไปประจำที่ Wellington

เมืองหลวงซึ่งต้องบินจาก Christchurch ราวสองชั่วโมง

ผมตอบตกลงแทบจะทันที

ยิ่งได้อยู่ไกลจากพ่อแม่เท่าไรยิ่งดี

ตอนนั้นผมมองว่าทั้งสองคนคอยจับผิด

พร้อมจะสั่งสอนหรือชี้นำผมอยู่ตลอดเวลา

ถ้าเลือกได้

ผมก็อยากออกไปพ้นรัศมีของพวกเขาเสียที


คนแก่ก็ห้ามใจไม่อยู่ 25

คนแก่ก็ห้ามใจไม่อยู่ 

ความสัมพันธ์ของกลินกับ Mary Ann

ค่อยๆ พัฒนา

ก่อนทั้งคู่จะตัดสินใจแต่งงานกัน

อายุที่ห่างกันมาก

ทำให้เกิดรอยร้าวในครอบครัวของกลินไม่น้อย

Mary Ann
เป็นลูกสาวของเพื่อนเขาเอง

ตอนพบกัน

กลินอายุ 55 ปี

ส่วนเธอเพิ่ง 27

จะเรียกว่า "วัวแก่กินหญ้าอ่อน"

ก็คงไม่ผิดนัก

ทั้งคู่แต่งงาน

และมีลูกสาวด้วยกันสองคน

กลินเคยมีครอบครัวมาก่อน

แต่เลิกรากันไปหลายปีแล้ว

สุดท้าย

ชีวิตคู่ครั้งที่สองก็ไปไม่รอดเช่นกัน

ส่วนหนึ่ง

ก็เพราะช่องว่างระหว่างวัย

ในปี 2012

หนังสือพิมพ์ The Press

นำเรื่องของกลินไปเขียนเป็นบทความ

ว่าด้วยชายสูงวัยที่เริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่



(
อัปเดต: กลินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2024 ด้วยวัย 90 ปี ทุกครั้งที่เห็นข่าวมรณกรรมของเขา ผมอดยิ้มไม่ได้กับครอบครัวใหญ่ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง)

กลินคงไม่เคยรู้สึกอาย

ที่แต่งงานกับผู้หญิงซึ่งอายุพอๆ กับลูกสาวของตัวเอง

สังคมมักใจดีกับผู้ชายมากกว่า

ผู้ชายสูงวัยที่มีแฟนเด็ก

หลายคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ถ้าสลับกัน

ผู้หญิงอายุมากกว่าคบผู้ชายอายุน้อย

สายตาของผู้คนก็มักเปลี่ยนไปทันที