Did tough love work? (Part 2)
ผมเตือนแม่ตามตรงว่า ธีร์เป็นเด็กที่จิตใจอ่อนแอและแทบไม่มีประสบการณ์ในการดูแลตัวเองเลย
แถมเขายังแอบน้อยใจแม่ด้วยที่ปล่อยให้เขาต้องไปเจอกับความยากลำบากข้างนอก
สิ่งที่แม่อยากจะให้เป็นบทเรียนชีวิตสำหรับเขา
เอาเข้าจริงตัวธีร์เองอาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก
ในมุมมองของผม
แม่ทำตัวเหมือนนักพนันที่เอาชีวิตและอนาคตของลูกชายไปวางเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงมากโดยสูญเปล่า
หากแม่ยอมแสดงความรักและความอบอุ่นต่อลูกชายให้มากกว่านี้สักนิด
ธีร์ก็คงไม่ต้องตกไปในเหวลึกขนาดนี้... แม่คิดเหมือนกันไหม? ผมส่งข้อความคำถามข้อนี้ตรงๆ ไปหาเธอ
ข้อความที่ผมส่งหาแม่:
"ผมไม่แน่ใจนะครับว่าการปล่อยทิ้งเด็กไว้แบบนั้น
จะช่วยให้เขาคิดได้จริงหรือเปล่า อย่างที่แม่เคยบอกเองว่าธีร์เป็นคนจิตใจอ่อนแอ
เขาอาจจะคิดไปเองว่าโดนแม่ทิ้งไปเฉยๆ ก็ได้
ยกตัวอย่างในช่วงที่เขาต้องระเหเร่ร่อนนอนอยู่ในซอย ตอนนั้นเขาไม่ยอมให้ผมพูดถึงเรื่องของแม่เลยนะครับ ถ้าผมเผลอหลุดปากพูดขึ้นมา
ผมนี่เสี่ยงโดนเขาตบหน้าเอาได้ง่ายๆ นั่นพิสูจน์ว่าตอนนั้นเขายังโกรธแม่จริงๆ
จำตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุถูกเหล็กเกี่ยวเข้าที่ขาจนเป็นแผลได้ไหมครับ
ตอนนั้นผมบอกเขาว่าจะไปหาซื้อพลาสเตอร์ยามาให้
แต่เขาต้องรออยู่หลายวันกว่าผมจะหาซื้อมาได้ เพราะพลาสเตอร์ยาแผ่นใหญ่ๆ
แบบนั้นมันหาซื้อยาก
มีวันหนึ่งเขามาหาผมที่หน้าบ้านวุฒิ ตอนนั้นผมยังไม่ได้ไปซื้อพลาสเตอร์ยาให้ เขาก็บ่นอุบอิบขึ้นมาทันทีว่า 'ยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย'
ซึ่งเขาหมายถึงเรื่องที่ผมยังไม่ได้ทำตามที่เคยรับปากไว้ เหมือนผมเป็นฝ่ายผิดสัญญ
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...