Tuesday, 17 March 2026

แกะรอย โอลิเวอร์

แกะรอย โอลิเวอร์

How a story about an old journalist, a young reporter and a tortoise found its shape.

1. Finding the shape of the story

2. The “เละเทะ” / keyboard passage

3. “Remove artificial drama, but keep genuine comedy.”


4. The retirement passage


5. The historical-material principle


What we were trying to do:

Remove artificial drama. Keep genuine comedy. Preserve the things only the person who was there could know.

แกะรอย โอลิเวอร์
เรื่องเต่าตัวน้อยที่ผูกพันข้ามกาลเวลา

Read the story →


อัปเดต 2 (Update 2, final) 13

อัปเดต 2 (Update 2, final)
Oliver Riddell อายุ 3 ขวบเล่นกับเต่าชื่อ Peter ปี 2487

โอลิเวอร์ชิงลาออกก่อนกำหนด (Early retirement) ก่อนที่ตัวผมเองจะหมดวาระประจำการที่เวลลิงตันเสียอีก เรื่องของเรื่องคือแกมีปัญหากระทบกระทั่งกับ บก. คนใหม่ของเราที่ชื่อ ทิม แพนก์เฮิร์สต์ (Tim Pankhurst) ซึ่งเพิ่งย้ายมาร่วมงานได้ไม่นาน แถมทั้งคู่ก็ยังไม่ค่อยรู้จักมักจี่กันเท่าไหร่ด้วย

ทั้งสองคนเปิดศึกกันเรื่องทิศทางการรายงานข่าวการเมือง (รายละเอียดเชิงลึกตอนนี้ผมลืมไปหมดแล้วล่ะ) ซึ่งถ้าเป็นยุคของ บก. คนก่อนๆ เวลาโอลิเวอร์ขู่จะลาออก แกก็มักจะได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอ แต่ครั้งนี้แกกลับต้องมาเจอกับ บก. คนใหม่ที่อายุน้อยกว่าและไม่ยอมถอยให้แกง่ายๆ

งั้นก็ลาออกไปเลยสิครับ” ทิมสวนกลับ “ผมไม่ชอบโดนใครขู่”

โอลิเวอร์ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แกเลยตัดสินใจชิงเกษียณอายุก่อนกำหนดประชดไปเลย  

และนั่นก็คือครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอแก

หลังจากที่ไม่ได้รับข่าวคราวมานานหลายปี ผมเลยลองค้นหาชื่อของลุงโอลิเวอร์ดู แล้วก็พบข่าวเศร้าว่าลุงโอลิเวอร์ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 85 ปี ที่บ้านพักคนชราในเมืองเวลลิงตัน โดยมีประกาศงานศพของแกแจ้งไว้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมานี้เอง

ส่วนปีเตอร์ (Peter) อดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งของผม เขาย้ายออกจากเวลลิงตันเพื่อลงไปประจำการที่ออฟฟิศใหญ่ในไครสต์เชิร์ชช่วงปี 2001 ในตำแหน่งนักเขียนบทบรรณาธิการ (Leader writer)

ผมเดาว่าปีเตอร์น่าจะโดนโยกย้ายเพราะแผนปรับโครงสร้างองค์กร เหมือนกับที่ผมเคยโดนมาก่อนหน้านั่นแหละ

หนึ่งในความท้าทายแรกๆ ของแกในตำแหน่งใหม่ คือการต้องปั่นบทบรรณาธิการอย่างเร่งด่วนตอนเกิดเหตุวินาศกรรม 9-11 ที่อเมริกา

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมต้องนั่งแต่งนั่งคลอดบทความทำนองนี้ออกมามากกว่า 2,000 ชิ้นแล้ว” ปีเตอร์เคยเขียนถึงบทบรรณาธิการพวกนี้เอาไว้ในคอลัมน์อำลาหนังสือพิมพ์ ซึ่งบังเอิญตรงกับวันครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์ 9-11 พอดีเป๊ะ

อดีตเพื่อนร่วมงานของผมคนนี้ — ซึ่งหลังจากผมย้ายออกมา ผมมีโอกาสได้เจอแกอีกแค่ครั้งเดียวเพื่อรำลึกความหลัง นั่งดื่มกันสั้นๆ หน้าออฟฟิศไครสต์เชิร์ช—น่าเสียดายที่แกไม่มีโอกาสอยู่ยาวพอที่จะได้ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข

ปีเตอร์ก็ได้จากไปแล้วเช่นกันเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2024 ที่ผ่านมา ด้วยวัย 65 ปี หลังจากที่ต้องต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยมาเป็นเวลานาน

ส่วนเบรนดอน (Brendon) อดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งของผมนั้น เขาทำงานในห้องผู้สื่อข่าวรัฐสภาให้กับ The Press นานถึง 12 ปี ก่อนจะย้ายไปบริหารหนังสือพิมพ์ Marlborough Express ในช่วงปี 1994 ถึง 2002

หลังจากนั้นเขาก็ผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมือง และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. พรรคแรงงาน (Labour MP) เขตไครสต์เชิร์ชเซ็นทรัล (Christchurch Central) ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2011 ปัจจุบันเขาย้ายกลับไปอยู่ที่มาร์ลโบโรห์ (Marlborough) ในเกาะใต้ เพื่อทำธุรกิจไร่ไวน์และบริษัทสื่อสารมวลชนของตัวเอง

ถ้าเทียบกันแล้ว เบรนดอนเก็บความเห็นทางการเมืองของตัวเองได้มิดชิดกว่าโอลิเวอร์หรือปีเตอร์มาก

แต่พวกเราก็สงสัยกันอยู่ ว่าแกเป็นคนของพรรคแรงงานแน่ๆ

และหลายปีต่อมา เมื่อแกผันตัวมาเป็น ส.ส. พรรคแรงงานเต็มตัว ข้อสงสัยของพวกเราก็ได้รับคำตอบ
สำหรับตัวผมเอง ผมย้ายกลับไปที่เมืองไครสต์เชิร์ชเดิมเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 1998 ต่อจากนั้นก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยยาวตั้งแต่ปี 2000 ก็เลยไม่ได้ติดต่อกับพวกแกเลย (ซึ่งสำหรับลุงโอลิเวอร์และปีเตอร์ ทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้ว...)

พอได้กลับมาเขียนย้อนความหลังตามโพสต์นี้ มันก็ทำให้ผมคิดถึงวันเก่าๆ และวันเวลาดีๆ ในห้องข่าววันนั้นจริงๆ ครับ

อัปเดต (Update) 12

อัปเดต (Update)
Shona Riddell, Oliver's daughter

หลังจากที่ผมเขียนโพสต์นี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับไปอ่านเรื่องของเจ้าปีเตอร์อีกรอบ และลองค้นหาข่าวหนังสือพิมพ์เก่าๆ เกี่ยวกับมัน เผื่อว่าจะได้ข้อมูลใหม่ๆ มาอัปเดตเพิ่มเติม แล้วผมก็เจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเข้าอย่างจัง

เรื่องราวชีวิตของเจ้าเต่าปีเตอร์กลายเป็นหนังสือเด็กไปแล้วครับ (โดยที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย) แถมผู้เขียนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เป็น โชนา ริดเดลล์ (Shona Riddell) ลูกสาวของลุงโอลิเวอร์นั่นเอง!

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเวลลิงตันฉบับหนึ่ง ได้เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อว่า “The Tale of the Anzac Tortoise” (ตำนานเต่าแห่งกองกำลังแอนแซก) โดยสรุปใจความสั้นๆ ไว้ว่า:

The cover of her book

มันรอดชีวิตมาจากสนามเพลาะอันนองเลือดที่กัลลิโพลี (Gallipoli) ได้รับความช่วยเหลือจากทหารบาดเจ็บนายหนึ่ง แอบลงเรือตามพยาบาลสาวเดินทางมายังนิวซีแลนด์ และมีชีวิตอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวนี้ยาวนานถึง 4 รุ่น”

ในเว็บไซต์ของโชนา (ซึ่งระบุว่าเธอเป็นทั้งนักเขียนและนักว่ายน้ำ) เธอได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เจ้าปีเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไว้ว่า:

คุณยายทวดของฉัน นอรา ฮิวจ์ส (Nora Hughes) ประจำการเป็นพยาบาลอยู่ที่กรุงไคโร ประเทศอียิภต์ เธอได้รับเต่าตัวหนึ่งมาจากทหารบาดเจ็บในกองกำลังแอนแซก (Anzac) ซึ่งไปเจอเจ้าเต่าตัวนี้ในอุโมงค์สนามเพลาะที่กัลลิโพลี เลยจับมันใส่กระเป๋าเสื้อไว้เพื่อความปลอดภัย

หลังสิ้นสุดสงคราม คุณยายทวดนอราพาเจ้าเต่าตัวนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเลี้ยงที่นิวซีแลนด์ ซึ่งถ้าเป็นยุคนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรคงช็อกหัวใจวายแน่นอน  

ปีเตอร์กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของครอบครัวเรา และในที่สุดมันก็จากไปอย่างสงบในปี 1994 หลังจากใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวของเรามานานถึง 80 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 4 รุ่น แถมมันยังเป็นเต่าดังในท้องถิ่น และเคยได้ลงหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ ในฐานะ 'ทหารผ่านศึกแอนแซก' อีกด้วย

ปีเตอร์เป็นเต่ากรีก (Greek tortoise) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในตุรกี จุดที่ทหารนายนั้นไปเจอมันนั่นแหละค่ะ มันเป็นเต่าพันธุ์เล็ก ยาวแค่ประมาณ 7-10 เซนติเมตร ทำให้ใส่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตได้สบายๆ มันชอบกินดอกแดนดิไลออน และจะจำศีลทุกๆ ฤดูหนาว”

โชนายังบอกอีกว่า โอลิเวอร์ คุณพ่อของเธอ ก็เคยเขียนเรื่องของเจ้าปีเตอร์ลงในหนังสือพิมพ์ The Press มาก่อนเหมือนกัน แถมเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1965 ซึ่งเป็นปีเกิดของผมพอดีเลยด้วยซ้ำ!

อ่านต่อที่นี่ และ นี่อีกนะครับ