Saturday, 20 August 2022

ทำหน้าที่ปกป้องจนนาทีสุดท้าย 26

ทำหน้าที่ปกป้องจนนาทีสุดท้าย

ก่อนที่เราจะออกเดินทางลงใต้ไปยังควีนส์ทาวน์ ผมได้หยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาจากชั้นหนังสือที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ในเมืองไคร์สต์เชิร์ช (Christchurch) ครับ

หนังสือนั้นเขียนโดยพระรูปหนึ่งที่เป็นเกย์ ซึ่งเคยอยู่ที่โรงเรียนของเราในไคร์สต์เชิร์ชเมื่อหลายปีก่อน และเป็นเพื่อนของครอบครัวเราด้วย แต่เดวิดมักจะสงสัยอยู่เสมอว่าพระรูปนี้ดูจะให้ความสนใจกับพวกเด็กหนุ่มๆ มากเกินไปหน่อย

เขาขอยืมหนังสือเล่มนั้นไปจากผม แล้วจู่ๆ หนังสือนั้นก็หายสาบสูญไปเลยครับ

ผมสงสัยว่าเดวิดคงจะแอบเอาหนังสือนั้นไปทิ้ง เพราะเขาไม่อยากให้ผมถูกครอบงำโดยเนื้อหาในหนังสือเล่มนั้น ซึ่งเป็นบันทึกบทเทศนาต่างๆ เขาไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย และอีกนานหลังจากนั้นผมถึงเพิ่งจะมาตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เขากำลังปกป้องผมอยู่ครับ... และมันเป็นสิ่งที่น่าตื้นตันใจมากที่น้องชายของผมทำเพื่อผมแบบนี้

เมื่อเราพูดถึงเรื่องที่ไม่เคยพูดกัน 25

เมื่อเราพูดถึงเรื่องที่ไม่เคยพูดกัน
Queenstown

เดวิดกับผมได้คุยกันเรื่องที่เขาเคยถูกทำร้ายตอนเด็ก ๆ แค่ครั้งเดียว ตอนที่เราไปเที่ยวควีนส์ทาวน์กันทั้งครอบครัวเพื่อฉลองวันเกิดครบ 70 ปีของแม่ในเดือนพฤษภาคม 2012 เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

วันนั้นเราออกไปเดินเล่นกัน พ่อ แม่ และน้องสาวสองคนเดินแยกออกไปไหนกันไม่รู้ ส่วนเดวิดกับผมนั่งรอพวกเขากลับมาอยู่บนเนินหญ้ากลางเมือง

เดวิดไม่ได้รอช้า พอนั่งลงปุ๊บ เขาก็เข้าเรื่องเลย

“อีแบรี่เคยทำอะไรกับไมเคิลบ้างไหม?”

อย่างที่ผมเคยเล่าไปครับ แบร์รี่ สจ๊วต คืออดีตครูที่ล่วงละเมิดเดวิด และเขาเป็นเพื่อนของครอบครัวเรา ผมจำได้ติดตาเลยว่ามือของเขามันคืบคลานเหมือนไม้เลื้อยจริงๆ แต่โชคดีที่ผมไม่ได้โดนอะไรที่รุนแรงมากนัก

"หนักที่สุดคือเขาพยายามลูบขาตอนผมอยู่ในรถเขา" ผมตอบไปสั้นๆ

"ผมก็เคยโดนในรถเขาเหมือนกัน" น้องชายผมบอก

แน่นอนว่าเดวิดคงโดนหนักกว่าผมมาก แต่ผมไม่กล้าถาม และเอาเข้าจริงคือผมก็ไม่อยากจะรับรู้ด้วยครับ

"ผมรู้ว่าแกเจ็บใจนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ แกน่าจะมองไปข้างหน้า อย่าไปหมกมุ่นกับเรื่องนี้เลย เพราะไม่ว่ายังไง แกก็ยังเป็นเดวิดคนเดิมของพวกเราเสมอ" ผมพยายามพูดให้กำลังใจเขา

นั่นน่าจะเป็นคำแนะนำเพียงอย่างเดียวที่ผมได้ฝากไว้กับน้องชายครับ มันอาจจะดูเหมือนไม่เพียงพอ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอะไรดี เพราะปฏิกิริยาของแต่ละคนเมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์สะเทือนใจแบบนี้มันไม่เหมือนกันเลย

สวมบทนักสืบจำเป็น 24

สวมบทนักสืบจำเป็น

หลังจากเดวิดตายไปแล้ว ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ผม และน้องสาวอีกสองคน ต่างมารวมตัวกันที่ Pottsville แถบ Northern Rivers เพื่อจัดการงานศพของเดวิดครับ

แต่งานอันดับแรกที่ต้องทำคือการตามเก็บสิ่งของส่วนตัวที่น้องทิ้งค้างเอาไว้ในหลายที่ เพราะเดวิดเป็นเจ้าของบ้านลงทุนหลายหลัง พอเลิกกับภรรยา เขาก็หอบของตระเวนไปพักตามที่ต่างๆ หน้าที่ของเราจึงเหมือนต้องมาสะสางงานที่คั่งค้างอยู่ตอนที่เขาจากไป

อย่างในช่วงแรกๆ เราต้องตามหาภาพจิตรกรรมชิ้นหนึ่งที่เขาฝากเข้ากรอบไว้ที่ร้านแถวบ้าน แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเป็นร้านไหน เราต้องแวะไปถามหลายที่แต่ก็ยังหาไม่เจอ นอกจากนั้นยังต้องตามหาแล็ปท็อปที่หายไป ซึ่งเดวิดน่าจะเอาไปซ่อม แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าที่ไหนเหมือนกัน

พวกเราเลยต้อง "สวมหมวกนักสืบ" เพื่อตามหาความจริง

นอกจากนี้ เรายังได้รับสายจากผู้คนมากมายที่โทรมาคุยเรื่องโปรเจกต์ต่างๆ ของเดวิด หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว

ผู้คนเหล่านี้ช่วยเติมเต็มภาพชีวิตของน้องชายผมให้สมบูรณ์ขึ้น ว่าเขาเป็นยังไงบ้างในช่วงวันสุดท้ายของชีวิต