Thursday, 1 October 2020

นักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนใจ 9

นักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนใจ
Anthony Fauci


ในฐานะคนที่สงสัยเรื่องการบังคับใส่หน้ากากมาตั้งแต่ต้น ผมสามารถยกข้อโต้แย้งได้ว่า ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเองก็ไม่เห็นด้วยกับการใส่หน้ากาก

การแห่ซื้อหน้ากากในช่วงต้นปี 2020 ส่วนใหญ่เกิดจากประชาชนที่ตื่นตระหนกเมื่อเห็นไวรัสชนิดใหม่แพร่ไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว มากกว่าจะเป็นเพราะนักการเมืองหรือนักวิทยาศาสตร์สั่งให้ทำ

ปัญหาคือมันเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันทั่วโลกอย่างหนัก

ก่อนที่หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ อย่าง CDC หรือ NIAID จะแนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากาก คนทั่วไปก็เห็นกันแล้วว่าไวรัสกำลังทำให้โรงพยาบาลในอู่ฮั่นและอิตาลีรับมือแทบไม่ไหว

การใส่หน้ากากในวงกว้างก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในเอเชียตะวันออก อย่างที่ผมพูดไปข้างต้น เพราะผู้คนมีประสบการณ์จากโรคซาร์สในปี 2003

เมื่อคนในภูมิภาคเหล่านั้นเริ่มใส่หน้ากาก ความต้องการทั่วโลกก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประชาชนที่กลัวว่าจะเกิดล็อกดาวน์และระบบสาธารณสุขจะล่ม เริ่มกักตุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัย

ในกรณีนี้ ความตื่นตระหนกของประชาชนกลับเป็นฝ่ายบีบให้ทางการต้องตอบสนอง

เป็นครั้งหนึ่งที่ประชาชนเดินนำหน้า และทางการต้องตาม — ตรงกันข้ามกับสิ่งที่มักเกิดขึ้นตามปกติ

ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2020 แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการ NIAID ในขณะนั้น ศัลยแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ และองค์การอนามัยโลก ต่างออกมาบอกประชาชนอย่างชัดเจนว่าอย่าไปซื้อหน้ากาก

โรงพยาบาลกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการปกป้องบุคลากรแนวหน้าที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง

นอกจากนี้ หลายคนยังเชื่อว่าคนที่ไม่มีอาการไอหรือจามไม่น่าจะแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อคนที่มีสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก เจ้าหน้าที่จึงมองว่าการให้คนทั่วไปใส่หน้ากากไม่น่าจะจำเป็น

แต่พอถึงปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน 2020 นักวิทยาศาสตร์ก็เปลี่ยนจุดยืน เมื่อข้อมูลพบว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้โดยไม่รู้ตัว

นักวิทยาศาสตร์ยังตระหนักด้วยว่า หน้ากากมีประโยชน์หลักในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อแพร่ละอองเชื้อไปยังคนอื่น มากกว่าจะเป็นการป้องกันตัวผู้สวมเองเพียงอย่างเดียว

ถึงตอนนั้น เหตุผลของผมในการต่อต้านหน้ากากก็เริ่มสั่นคลอน

มันมีประโยชน์กับผม และยังช่วยให้ผมทำหน้าที่ของตัวเองใน “สัญญาประชาคม” ได้ด้วย

แน่นอนว่า ในขณะที่คนที่ใส่หน้ากากอย่างเคร่งครัดกำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ก็ยังมีคนที่อยู่นอกขอบของสังคมบางกลุ่มใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่สนใจความคาดหวังของคนอื่นที่อยากให้พวกเขาช่วยกันหยุดการแพร่ระบาด

แต่คนพวกนั้นก็มีอยู่เสมอ

แล้วเราจะทำอย่างไรกับพวกนอกแถวพวกนี้?

ส่งตำรวจโควิดไปจับดีไหม?

ทีนี้ก็น่าสนใจขึ้นมาแล้ว

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...