Dissolving into tears again (part 3, final)
มีอยู่จังหวะหนึ่งในระหว่างที่เรายังคุยกันไม่เสร็จ หมอเจ้าของไข้ได้เดินเข้ามานั่งคุยด้วย หมอหันไปถามธีร์เล่นๆ ว่า "อยากอยู่รักษาตัวต่อจนครบคอร์สอีกสักสามสี่เดือนเลยไหมลูก"
ซึ่งหมอเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีผู้ป่วยคนไหนอยากอยู่นานๆ หรอก เด็กส่วนใหญ่ต่างก็อยากกลับบ้านทันทีตั้งแต่วันแรกที่มาถึงโรงพยาบาล
พวกหมอและเจ้าหน้าที่พยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งนี้ดูใส่ใจและเอ็นดูเด็กๆ
ที่มารักษาตัวกันเป็นอย่างดี
ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องอายใครเลยหากจะร้องไห้ออกมาต่อหน้าพวกเขา
นอกจากแม่และผมแล้ว ในห้องเยี่ยมวันนั้นยังมีญาติของผู้ป่วยรายอื่นนั่งอยู่ด้วย
อย่างนั้นการที่ผมจะร้องไห้ หรือต่อให้ตัวผู้ป่วยจะร้องไห้เอง มันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสถานบำบัดแบบนี้
เพราะโรงพยาบาลบำบัดยาเสพติดไม่ได้มีหน้าที่แค่รักษาตัวผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจระหว่างคนในครอบครัวด้วย
ผมนึกย้อนกลับมาถึงกรณีของธีร์
ซึ่งเขาก็สร้างปัญหาใหญ่โตให้กับทั้งครอบครัวเค้า
ฝ่ายแม่ต้องเสียโอกาสที่จะได้เห็นธีร์เติบโตขึ้นมาเป็นเสาหลักช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านในฐานะลูกชายคนโต
ส่วนตัวน้องชายอย่างน้องบี ก็ต้องเสียโอกาสที่จะได้มีพี่ธีร์เป็นพี่ชายที่ดีและน่านับถือ
ทุกคนในครอบครัวต่างสูญเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปหมด
No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...