เยียวยาหัวใจที่แตกสลายฟรี (Broken hearts mended free)
เมื่อคืนผมเจอคนอกหักมาสองคน คนแรกเป็นหนุ่มชื่อ ตูน ที่แวะมาที่ร้านของแม่ หน้าตาเหมือนคนไม่ได้กินอะไรมาหลายวันปกติเขาเป็นหนุ่มหน้าตาสดใส สุขภาพดี แต่เมื่อคืนดูผอมซูบและหน้าซีดเซียว
เขาบอกว่าเลิกกับแฟนสาวไปตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แม้หลังจากนั้นจะมีสาวคนใหม่แล้วก็ตาม เขาโชว์รูปของทั้งสองคนให้ผมดู แฟนเก่าหน้าตาสวยกว่า แต่ผมบอกว่าแฟนคนปัจจุบันคงมีหัวใจที่ใหญ่กว่า
ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนกันและคุยโทรศัพท์กันได้ แต่ไม่ได้เจอกันอีกเลยนับตั้งแต่เลิกรา แล้วตอนนี้เขาก็ได้ข่าวว่าเธอมีคนใหม่แล้ว เขาไม่ค่อยพอใจกับข่าวนี้นัก
ตูนซึ่งเป็นนักศึกษาบอกว่า ทุกเช้าไม่อยากแม้แต่จะลุกจากเตียง เขากินอาหารเพียงวันละมื้อ เพราะหมดความสนใจในเรื่องกิน ผมบอกว่าจะโทรหาเขาในวันนี้เพื่อดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“ตอนนี้ผมไว้ผมยาวขึ้น บางทีเลยดูผอมก็ได้” เขาลองหาเหตุผล
“ที่ดูผอมก็เพราะไม่ยอมกินข้าวต่างหาก” ผมบอก
คนอกหักอีกคนเพิ่งอกหักสด ๆ ร้อน ๆ เขามาที่ร้านแม่พร้อมกับหญิงชาวต่างชาติที่ผมรู้จัก ซึ่งกำลังมีปัญหาเรื่องหาเงินให้พอจ่ายบิลต่าง ๆ
เธอไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากเพื่อน แต่เลือกที่จะเมาแล้วด่าทอพวกเขาแทน
เมื่อคืนพอถึงเวลาจ่ายเงิน ทั้งฝรั่งและเพื่อนชาวไทยของเธอต่างก็มีเงินไม่พอจ่าย ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที ทั้งคู่ยังส่งเสียงกระหนุงกระหนิงกันอยู่เลย แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่มีเงินจ่ายเหมือนกัน
จากนั้นทั้งสองก็นั่งเงียบอย่างกระอักกระอ่วน บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นทุกนาที
แม่บอกว่าไม่พร้อมให้เธอติดเงินอีกแล้ว
“คุณสั่งของตลอด ทั้งที่ไม่มีเงินจ่าย” แม่ว่า
หญิงชาวต่างชาติคนนั้นเป็นสาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอลจีเรีย อารมณ์ร้อน เธอด่าแม่ ด่าฝรั่งขาประจำคนหนึ่ง ด่าผม และสุดท้ายก็หันไปด่าหนุ่มไทยที่มาด้วย ก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป
“พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาจ่ายบิล แต่หลังจากนั้นจะไม่มาดื่มที่นี่อีกแล้ว” เธอประกาศ
แม่ขอให้หนุ่มไทยจ่ายเท่าที่มี แต่ให้เหลือเงินไว้พอสำหรับเดินทางกลับบ้านด้วย
หนุ่มไทยวัยปลายยี่สิบหรือต้นสามสิบรู้สึกอับอายที่มีเงินไม่พอ เขาเสนอจะทิ้งบัตรประชาชนไว้เป็นหลักประกันว่าจะกลับมาจ่ายส่วนที่เหลือ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ก่อนที่เขาจะร้องไห้ออกมา
ผมถามว่าเขาเสียใจเรื่องอะไร เป็นเพราะผู้หญิงฝรั่งคนนั้นหรือมีเรื่องอื่นด้วย
“ผมทำให้ตัวเองขายหน้า” เขาตอบ
“ที่นี่ไม่มีใครรู้จักคุณหรอก แล้วทุกคนก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่เห็นต้องอายเลย” ผมบอก
ทั้งสองเพิ่งรู้จักกันในคืนนั้นเอง
“รู้ตั้งแต่แรกว่าคนพวกนี้เป็นอย่างไร ยังดีกว่าปล่อยให้ตัวเองอกหักทีหลัง” ผมว่า
แก๊ป เพื่อนหนุ่มนักศึกษากฎหมายคนหนึ่ง เดินเข้ามาช่วยปลอบใจเขาด้วย
ผมชอบแก๊ป เขาเป็นคนมีเหตุผล อารมณ์ดี และมีอารมณ์ขันไม่เหมือนใคร
เขาเพิ่งตัดผมสั้น ทั้งที่ปกติไว้ผมยาวและซ่อนไว้ใต้หมวก ตอนนี้พอผมสั้นแล้วก็เดินไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องสวมหมวกได้เสียที
คืนก่อน ผมบอกเขาว่าตอนนี้หล่อมาก เขาเพิ่งผ่านวันอันเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งวุ่นไปทั่วเมืองมา แต่พอผมชมหน้าตา เขาก็ยืดอกด้วยความภูมิใจทันที
ตอนผมออกจากร้านแม่ ทั้งสองคนยังคงนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่

No comments:
Post a Comment
เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...