Sunday 20 December 2015

Lucky pick

The lucky pick

เมื่อคืนครอบครัวแฟน ชวนเราไปกินข้าวเย็นกันที่รีสอร์ทเค้า
เรากินข้าวข้างนอกบ้านกัน มองดูดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า
แฟนเราคุยเก่งแต่ผมไม่รู้แล้วว่าในกลุ่มพูดคุยกันเรื่องอะไร
เพราะสมอง สวิชอ็อฟไปแล้ว ฟังไม่เข้าใจ
จันทร์ส่องแสงจางเกือบมองไม่เห็นแต่ลมพัดโชยเบาๆ
อากาศเย็นสบายแบบนี้ น่าเดินเล่นไปหาประสบการณ์ใหม่แถวบ้าน
ผมขอแยกตัวไปเล่นกีต้าร์ในลานจอดรถใกล้ห้องพัก
-
ผมหิ้วกีต้าร์จากห้อง พร้อมกับขวดเหล้าเพื่อนคู่หูที่เราเอามาจาก กทม
พอเริ่มดีดเล่นเพลงไม่กี่นาที ก็มี รปภ ประจำรีสอร์ท เดินมาทัก
ยามยังเป็นหนุ่ม อายุไม่น่าจะเกิน 40 ปี
'ผมเล่นกีต้าร์ไม่เป็นแต่ขอนั่งฟังฝรั่งเล่นหน่อย' เค้าบอก
แกเห็นว่าผมกินเหล้าเลยถามว่า
'กินอะไรอยู่'
'285 Blend' ผมตอบ
'ผมกินยาดอง รู้จักมั้ย' เค้าถามต่อ
'รู้จัก ชอบกินด้วย' ผมตอบจริง
ผมเคยกินยาดองเมื่อหลายปีก่อน สมัยนั้นที่ยาดองกำลังฮิต
ถึงจะผิดกฏหมายแต่แผงแอบขายผุดขึ้นทั้งเมือง
ยามล้วงขวดเล็กๆ ที่เค้าแอบเก็บไว้ออกจากเสื้อแล้วเสนอให้ผมชิมดู
ยามคงจะไม่เชื่อหรอก ว่าฝรั่งอย่างเรากินยาดองเป็น
ผมกระดกขวดเล็กๆ ที่เค้าส่งมา
แล้วก็ยื่นแก้วผมส่งให้เค้าแลกกันกินด้วย
แต่ยามขอไม่เอา
'ผมไม่ชอบ 285' เค้ากล่าว
ดื่มกินกันเสร็จผมก็เล่นต่อไปเรื่อยจนเค้าขอตัวไป
ก่อนลาไป ยามเล่าให้ฟังว่า แกเข้าเวรคนเดียวตอนเย็น
และต้องนั่งคนเดียวเฝ้ารีสอร์ทของเราแบบนี้จนถึงรุ่งขึ้นของวันใหม่
ทำงานแบบนี้ อยู่คนเดียวทั้งคืนไม่มีเพื่อนคุย ถ้าเป็นผมจะไหวมั้ยล่ะ
-
ปกติผมเล่นด้วยมือ
แต่คืนนั้นผมอยากเล่น scales โดยใช้ lucky pick ของผม
lucky เพราะอยู่กับเราเป็นนาน ไม่ไช่ lucky ในเชิงพอหยิบมาใข้ที่ไหน
แรงฤทธิ์ของมันจะช่วยเราเล่นเก่งที่นั้น ไม่ใช่หรอก
แต่ผมหา pick โปรดนั้นไม่เจอ
เราใส่ pick ในกระเป๋ากางเกงก่อนออกจากห้อง  แต่ทำไมตอนนี้กลับไม่เจอ
วินาทีนั้นชวนวุ่นวายหน่อย เพราะผมชอบ pick นั้นมาก
ถ้าทำหายจริงผมไม่รู้จะทำอะไร
ผมหยิบยกของแถวโต๊ะไปทั่ว มองทุกทิศทาง แต่หาไม่เจอ
แฟนผมเดินมาพอดี
'ช่วยหาพิคหน่อย  ผมทำหายไป'  เราขอร้อง
แฟนช่วยยกเก้าอี้หิน ขยับโต๊ะ
ขุดคุ้ยหาดูเป็น 15 นาทียังไม่เจอ
ผมคิดแปลกๆ เช่น ยามแอบเอาออกไปเก็บมั้ย (เก็บเพื่อ)
หรือหมาที่เลี้ยงประจำบ้านเจอ pick และกินเข้ารึป่าว
แต่ไม่น่าจะถึงขนาดนั้นเนอะ
ก่อนนอนผมออกไปหาอีกที
ครั้งนี้ไม่เจออีก

วันถัดไป
เราจัดตั้ง search party
ผมพร้อมกับแฟนเดินลุยกลับไปที่เกิดเหตุ (ห่างจากห้องประมาณ 20 เมตร)
และค้นหาเป็นจริงจัง
วีธีการ search คือนั่งยองๆ กันใช่มือเปล่าคุ้ยเขี่ยดิน ตะกุยขวานหาใต้โต๊ะ
ไม่เจออีก
ผมเดินท้อแท้กลับไปที่ห้อง
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เราต้องเดินทางกลับไป กทม แล้ว
แต่ยังไม่มี pick น่ารักๆ ของเรา ปรากฏตัวเลย
ก่อนกลับผมขออาศัยสายตาแม่นๆ ของแฟนมาช่วยเป็นฮึดสุดท้าย
ผมทำ lasik ปรับสายตาสั้นๆ ตัวเองหลายปีก่อน
แต่สายตาผมยังสู้กับแฟนไม่ได้เลย
แฟนออกไปคนเดียวไปหาดูอีกที
แล้วได้เจอด้วย
'ใช้เวลาแค่ห้านาทีจริง แต่ต้องใช้ตาเยอะ'  แฟนบอก
pick ตกข้างเก้าอี้ ต้องยกเก้าอี้ถึงจะเจอได้
ผมรู้สึกโล่ง ถึงขั้นตื่นเต้นที่ได้รับ pick กลับมา
ทำไมเค้าทำได้ภายในไม่กี่นาที แต่ผมหาดูหลายรอบไม่เจอสักที
-
เมื่อนั่งรถกำลังเดินทางกลับบ้าน
ผมนึกย้อนกลับไปที่เกิดเหตุเมื่อคืน
ถ้าผมนั่งคุยเฉยๆกับพวกญาติแฟน
คงจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นหรอก
ผมคงไม่ได้เจอยามที่เป็นเพื่อนคุยก็จริง
แต่คงไม่ได้ทำ pick หายไปด้วย
-
คำว่า 'ต้องใช้สายตาเยอะ'
ฟังเหมือนว่า สายตามีจำนวนจำกัด
เหมือนของเหลว เช่นน้ำ ที่เราเทใส่แก้ว
พอจิบไปปริมาณน้ำจะลดลงไปด้วย
ในแง่มุมตรงข้ามกัน
ถ้าเราเติมน้ำใส่แก้วนั้น
ปริมาณน้ำจะสูงมากขี้น
เติมใส่มาก น้ำอาจจะถึงขอบหรื่อล้นแก้วไปเลยก็ได้
ถ้าจะเอาน้ำในแก้วไปเทียบกับชีวิตคน
ตามการเวลา สายตาจะแย่ลงไปเรื่อย
ยิ่งแก่ ก็ยิ่งมองไม่ค่อยชัด
แม้จะปรับด้วยใส่แว่นหรือทำ lasik ก็ตาม
เมื่อสายตาผมหมดพลังไป เราต้องพึ่งพาอาศัยสายตาของแฟนแทน
อย่างที่เราทำไปเมื่อหา pick นั้นเองไม่เจอ จริงมั้ย
แต่ความรักที่เรามีให้กันเป็นยังนี้ด้วยรืเปล่า
คือมี จำนวนจำกัด
หรือความรักอาจจะต่างกันไป
เช่นตราบใดที่เรายังมีใจให้กัน
เอาใจใส่ และเทคแคร์กันดีพอ
ความรักไม่ต้องลดลงต่อการผ่านเวลาก็ได้
ไม่เหมือนพลังสายตาหรือปริมาณน้ำในแก้ว
คนยิ่งแก่ลงกันไป อาจจะยิ่งรักกันมากขึ้น เพราะเข้าใจกัน
และถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในแบบน่ารักๆด้วย
เช่น ผัวจะเอาไม้เท้ามาช่วยเมียพยุงตัว เมื่อเมียทำข้าวให้กินกัน
ในมุมมองนี้ความรักจะกลายเป็นน้ำอมฤต ช่วยเราต่อชีวิตกัน
เราจะเอานํ้าทิพย์เติมแก้วความรักกัน
บทสรุป ผมน่าจะตาบอดก่อนหมดรักแฟนก็ได้ อิอิ

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...

โพส์ตเด่น

Mr Handsome returns

Mr Handsome เป็นผู้ชายไทยเกย์หนุ่มที่ เคยเขียนโพสต์ให้บล็อก Bangkok of the Mind หรือ BOTM2 (เป็นรุ่นพี่ของบล็อกฉบับนี้) เป็ นประจำหลายปีก่อน...

โพส์ตนิยม