Sunday, 18 October 2020

Maskless in Bangkok (Part 3)

They're watching you...

ในช่วงแรกเราเห็นคนเชื่อฟังดี
กลัวจนบางคนไม่อยากออกไปสู่โลกนอกบ้าน ตามที่ทางรัฐต้องการ เป็นหลายๆเดือน
เคสดังๆ ที่เรานึกออกได้ทันที่ คือ โจ ไบเดน
คู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งอยู่ที่โน่น
ซึ่งเค้าใช้เวลาสามสี่เดือนมานี้ ซุกตัวอยู่ในห้องใต้ดินที่บ้านส่วนตัวใน
รัฐเดลาแวร์ ไม่ออกไปหาผู้เลือกตั้งเลย
ในขณะที่ปธน โดนัลด์ ทรัมป์ ดันหาโอกาสไปตั้งการชุมนุมทางการเมืองทุกที่
ทำแบบกล้าๆ แถมไม่ใส่แมสด้วย
นักการเมืองคู่แข่งคนนี้ก็กลายเป็นหัวหน้าแนวคิดเห็นต่อ virus ที่เป็นขั้วตรงข้ามกัน ในขณะ Covid พัฒนาตัวเองเป็นประเด็นการเมื่องที่ชวน ปชช แตกแยกกันโดยสิ้นเชิง
-
ขอย้อนเวลาไปนิดหนึ่ง
ตอนแรกผมว่านะ ที่เมืองไทยพวกเรากลัวจนแทบบ้าเหมือน โจ ไบเดน นั้น
เริ่มจากกลัวแบบเบาๆเป็นหนัก ฝ่ายรัฐได้สั่งให้ ปชช
ระงับกิจจกรรมข้างนอกเกือบทั้งหมด รวมทั้งร้านค้า โรงเรียน บริษัท ๆลๆ
ที่ต้องปิดหมด
แต่มาตรการหนักสุดคือ เลิกรับเที่ยวบินจากภายนอกประเทศอีก
คือปิดประเทศไปเลย ไม่มีใครบินออก และแทบจะไม่มีใครได้อนุญาตบินเข้าด้วย
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สว่นใหญ่มาจากการท่องเที่ยวนั้นเอง ถ้า
ห้ามใครเข้าออกจะเหลืออะไรเหล้า
-
มาตรการเข้มงวดแบบนี้ ทางนักวิจัยวิทยาศาสตร์แนะนำเอง
เพื่อดึงเศรษฐกิจเข้าสภาวะล๊อกดาวน์แบบมิดชิดเลย
เราไม่เห็นคนคัดค้านอะไรมากตอนนั้น
แม้ว่าผลที่ออกมาก็คือคนตกงานหลายพันคนก็ตาม
แต่พอเวลาผ่านไปแล้วหลายเดือน
คนเริ่มดื้อไม่ยอมรับมาตรการข่มขี่ได้ง่ายๆอีกแล้วในชีวิตประจำวัน
ในขณะ ปชช คนเริ่มออกมาประท้วงต่อต้าน lockdown เป็นหลายประเทศ
จนนักการเมืองเกิดหวั่นผวาใจว่าจะเสียตำแหน่งเอง
เพราะข้อปฎิบัติในการล็อกดาวน์นั้น ส่งผลกระทบร้ายกับธุระกิจ ชีวิตและอนาคตคนจนเห็นได้ชัดเจน
แต่ไวรัสเนี่ย ยังไม่หายไปสักที
สังคมที่ผ่านประสบการณ์แย่ๆแบบนี้ ก็ต้องเปลี่ยนแนวคิดต่อไวรัสแน่นอน
จากเมื่อก่อน ที่คนทำตามคำสั่งทางรัฐโดยดี
เพราะเราไม่รู้เรื่องโรคนี้ และคาดหวังว่า ผู้เชี่ยวชาญจะรู้มากกว่า
พูดง่ายๆ เราเอาความกลัวเป็นหลัก
แต่ต่อจากนั้นเราเกิดสงสัยว่า เอาเข้าจริง

เราโดนไอ้นักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญหลอกเรารึป่าวเนี่ยะ
เพราะเราเห็นคนโดนตกงานและเงินเดือนโดนหักเยอะ
แต่ไวรัสยังกระจายไปทั่ว ไม่ลดละสักที
ตอนนี้เราถือได้ว่า ผ่านพ้นในช่วงที่จะเชื่อง่ายๆ โง่ๆ เรียบร้อยแล้ว
ครั้งหน้าพวกเราจะไม่โง่ขนาดนั้นอีก
ที่นี้ถึงเราจะกลัวนิดๆ แต่เราก็ยังกล้าต่อต้านมาตรการเข้มงวดนั้นแน่นอน เพราะบางข้อนั้นส่งผลร้ายกับชีวิตคนมากกว่าไวรัสอีก

now, see here

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...

โพส์ตเด่น

ปิดสวิทช์ไม่เป็น

  สวัสดีตอนเช้าจากวิทยุ! ได้ยินเสียงพูดเบาๆทุกครั้งที่เดินไปใกล้เครื่องวิทยุนาฬิกา ที่ตั้งอยู่หัวเตียง เมื่อเช้าก็เช่นกัน มีเสียงผู้ชายสองคน...

โพส์ตนิยม