Monday, 18 November 2019

ไปฟื้นฟูสมรรถภาพ (4, final)

น้อง (ซายมือ) กับเพื่อนฝูง

'
เราต้องให้ลูกได้เรียนรู้การกระทำของเค้าด้วยแหละว่าเค้าก็ผิดที่ทำแบบนี้ (คือเล่นยาไม่รู้จักจบอย่างเมื่อก่อน)
'ถ้าอยากให้ใครๆรักตัวลูกเอง ลูกต้องนึกถึงคนอื่นบ้าง' แม่ว่าต่อ
หมายถึงว่า ถ้าแม่จะทำดีต่อลูก ลูกน่าจะทำดีตอบสนองให้ดีด้วย
ค่าตอบแทนที่ดีที่สุดคือเลิกเล่นนั้นเอง 
'เราต้องกลับไปคุยกับลูกใหม่ ว่าอะไรที่เค้ารู้สึกขาด จะทำอะไรให้เค้าสบายใจได้ แต่ลูกต้องให้เราช่วยด้วยกัน เราต้องค่อยๆเป็น ค่อยๆไปแม่พูดต่อ
แม่จะซื้ออะไรที่น้องคิดว่าขาดไป เช่นโทรศัพท์มือถือ หรือเสื้อผ้าดีๆ
เพื่อจะเสริมสร้างชีวิตเค้าช่วยป้องกันไม่ให้กลับไปเล่นยาต่อ
แม่คิดว่าลูกต้องเร่งรีบปรับตัวเอง เพราะเดี๋ยวชีวิตจะผ่านไป โดยน้องจะวิ่งตามไม่ทัน
ชีวิตอาจจะทิ้งห่างจากคนอื่นเค้า ไม่ทันเพื่อน เราเห็นพวกเพื่อนเค้าทำงานหรือหาเมียคบ แต่น้องยังเสียเวลาเล่นยาแม่ว่าไป
ถ้าน้องยอมเปลี่ยนตัวให้ดีขึ้น ก็แสดงว่าเค้าพร้อมที่จะรับผิดชอบตัวเองด้วย
พอน้องออกจาก รพ แล้ว แม่คิดว่างานที่เหมาะสมกับเค้ามากที่สุด ก็คือเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่เปิดตอนกลางคืน
'วัยรุ่นชอบตื่นเย็นๆอยู่แล้ว แถมบรรยากาศน่าจะตื่นเต้นดี คือมีฟิวเยอะแม่บอก
'เมื่อเจอประสบการใหม่คือได้มีงานทำ มีแฟนคบแล้ว ชีวิตเค้าจะเปลี่ยนมากขนาดไหนแม่ตั้งความหวังไว้
แต่แม่ยอมรับว่า เค้ายังงงๆอยู่เลยว่าทำไมลูกยอมใจ ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติดขนาดนี้
ในขณะที่ครอบครัวเค้ามีฐานะดี แต่ลูกกลับทำตัวไม่มีคุณค่า
เค้ามีโอกาสสร้างตัวเอง ดีกว่าเด็กคนอื่นในซอยอีกหลายคน แต่ลูกคนนี้เอาแต่เล่นยาและไปคบกับพวกพี่ขี้ยาอย่างเดียว
คนไทยเรียกว่า เด็กไม่รักดี
ยอมเสียทุกอย่างเพื่อยา
'สมัยเรียน ธีร์เป็นเด็กที่มีคนนิยมชมชอบมากจนเพื่อนวัยรุ่นรุมมาหาเค้าที่บ้าน แต่มาถึงตอนนี้นะ เค้าแทบจะไม่เหลือใครเป็นเพื่อนแล้วแม่บอก
-
อย่างที่ว่ากันไปแล้ว แม่ไล่ลูกออกจากบ้านให้ไปสู้กับชีวิตคนเดียว เพื่อเค้าจะเรียนรู้ว่า เค้าเลือกผิด
แต่น้องโกรธ ไม่ยอมใจแม่ได้ง่าย
ใช้ชีวิตล่อแหลมหลายเดือนจนสภาพจิตใจน้องเริ่มแย่ลงไปเรื่อย
จนเค้าอ่อนแอไร้สมรรถภาพช่วยตัวเองไม่ได้
และแม่ต้องรับเค้ากลับบ้านในที่สุด
ทั้งๆที่ลูกยังไม่ได้เลิกเล่นยา
ผมถามแม่ว่า เค้ายึดมั่นกับการใช้วีธิการสอนลูก แข็งกร้าวแบบนี้มั้ย
หรือเสียใจมากกว่า เพราะลูกกลับมาในสภาพแย่กว่าเดิม และได้ไปเจออันตรายในซอยด้วย
เรื่องนี้จะละเอียดอ่อนสำหรับแม่จริงแต่ผมอยากรู้
ผมเตือนแม่ว่า ตามนิสัยลูกก็ใจอ่อนอยู่แล้วไม่ค่อยมีประสบการณ์ดูแลตัวเอง
แถมยังน้อยใจแม่ด้วยที่ทำให้เค้าเจอกับความลำบาก
แม่อยากให้เป็นบทเรียน แต่ลูกคงไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก
ในมุมความคิดของผม แม่ก็เหมือนนักเล่นพนันที่มีความเสี่ยงสูงกับชีวิตลูกโดยไร้ประโยชน์
ถ้าเค้าแสดงความรักต่อลูกบ้าง น้องคงจะไม่ตกเหวลึกขนาดนี้ แม่ว่ามั้ย
ผมส่งแมสเซจดังนี้ไปถามแม่ 

ผม:

ผมไม่แน่ใจนะการปล่อยทิ้งเด็กแบบนี้ จะช่วยให้เค้าคิดได้จริงรึป่าว
อย่างที่แม่บอก เค้าจิตใจอ่อนแอ ลูกอาจคิดว่าเค้าโดนแม่ทิ้งไปเฉยๆก็ได้
เอาตัวอย่าง ในช่วงนั้นที่เค้านอนอยู่ในซอย
เค้าไม่ยอมให้ผมพูดถึงแม่เค้านะ ถ้าเผลอไปพูดผมมีเสี่ยงโดนตบหน้า 
แสดงว่าตอนนั้นเค้ายังโมโหแม่อยู่
หลังจากที่เค้าเจออุบัติเหตุ โดนเหล็กเสียบเข้าที่ขา ผมบอกน้องว่าจะซื้อพลาสเตอร์ยาให้
แต่เค้าต้องรออีกหลายวันถึงผมจะซื้อได้
พลาสเตอร์ยาขนาดใหญ่ๆ แบบนั้นหาซื้อยาก
มีวันหนึ่งน้องมาหาหน้าบ้านวุฒิ ผมยังไม่ได้ไปซื้อพลาสเตอร์ยานั้นให้
เค้าบ่นว่า 'ยังไม่มีอะไรดีขึ้น'
หมายถึงว่าผมยังไม่ได้ทำอะไรให้เค้าตามรับปาก
เหมือนผมผิดสัญญา
แต่รู้มั้ยนะแม่ พอผมซื้อพลาสเตอร์ยานั้นให้เค้าจนได้แล้ว
ซึ่งเราต้องเดินไปไกลมากถึงจะเจอร้านขายได้
เค้ากลับไม่สนใจเลย
เอาใส่ปิดแผลไปปุ๊บ ก็แกะออกทิ้งไปปั๊ป พลางยิ้มๆใส่ผม
เหมือนกับว่าเค้าอยากให้ผมแสดงความรัก ความเอ็นดูให้เค้ามากกว่าไปดูแลแผลจริงๆ
พอได้รู้สึกอุ่นใจแล้ว 
ความเจ็บปวดของแผลที่ขาก็กลับไม่สำคัญแล้ว
วันนั้นผมเอาใจใส่ลูกจนเค้าแฮปปี้ดีและลืมความเจ็บไป
ในโอกาสวันหน้าแม่อาจจะทำให้เค้าแบบนี้ก็ได้
ผมมั่นใจว่าถ้าน้องจะลดความดื้อลงหน่อย และยอมใจทำงานช่วยแม่
ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น
แม่ ตอบ

(ผมถามดูว่า การเลี้ยงแบบไม่แสดงความสนใจหรือเอ็นดูลูก แต่กลับปล่อยทิ้งมันไป จะไม่เวิร์กจริงมั้ย)
'
คงจะใช่ (คือไม่สำเร็จ)
แม่ถึงต้องยอมอ่อนกับเค้า อาจจะต้องซื้อเสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ
แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานการทำงานเค้าด้วย (ว่าจะทำตัวดีขึ้นมั้ย)'

now, see here

No comments:

Post a Comment

เขียนเป็นไทยหรืออ้งกฤษก็ได้คับ Thai or English is fine...

โพส์ตเด่น

Catching up

ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยเป็ นเวลา 6 เดือนแล้วแต่ไม่ใช่ หลังจากโพสต์ที่แล้วเราดันไปติ ดโควิดมา ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านนอกจากว่ าไปหาหมอ ติดโควิดเ...

โพส์ตนิยม