Saturday, 20 August 2022

เถ้ากระดูกเดินทางไกล (11)

เถ้ากระดูกน้องและในรูปข้างหลัง ผมกับน้องสมัยเด็ก

ครอบครัวไหนที่เสียสมาชิกในครอบครัวก่อนวัยอันควร มักจะลงโทษตัวเองบ้าง ที่ไม่ได้ช่วยเค้าให้มากกว่านี้ พ่อแม่ไม่อยากให้เราคิดแบบนั้น
เพราะพวกเราทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในวันที่ 6 กันยายน 2017 แม่บอกว่า

Try not to wonder if you "did enough" as a brother. It is frighteningly easy to blame yourself, and unfortunately we too are also very good at it.  It is soul-destroying. Not being able to say goodbye and tell him how much we loved him was devastating for us, as it would have been for you and each of the girls).

แต่ผมรู้ว่า ตอนที่น้องหนักใจเรื่อง abuse และ divorce นั้น เค้าต้องมีเวลาบ้างที่ต้องสู้คนเดียว เพราะผมไม่อยู่ ผมลาจากนิวซีแลนด์ และย้ายไปที่เมืองไทย 1-2 ปี ก่อนที่น้องเราจะได้แต่งงานกับอีโทนี่ไป
ตอนนั้นผมไม่ได้รู้หรอก ว่าคงไม่กลับไปที่ออสซี่หรือ
นิวซีแลนด์นั้น

เราย้าอยจาก Christchurch ในเดือนสิงหาคม ปี 2000 ซึ่งตอนนั้นน้องยังไม่ได่แต่งงานเลย 

แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ก็ราวกับว่าผมเดินออกจากชีวิตครอบครัวเราตอนนั้น
ปีต่อจากนั้น น้องสาวเราสองต่างก็แต่งงานกันที่ นิวซีแลนด์ ด้วย
แต่ผมไม่ได้กลับไปร่วมงานแต่งเค้
และไม่ค่อยได้เจอลูกๆเค้าด้วย
แต่ละคนต่างก็มีลูกสามคนที่โตเป็นวัยรุ่นแล้ว
เค้าโตมาโดยผมไม่ได้ทำหน้าที่เป็นน้า
เราแทบไม่รู้จักกันเลย
อย่างนั้น ถ้าผมรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ช่วยน้องเดวิดไม่ได้ ก็ไม่น่าตกใจ
ผมเขียนวลีสั้นๆนี้เอาไว้เป็นที่ระลึกถึงน้องและชอบอ่านเวลาคิดถึงเค้า
เนื้อหาย้อนถึงวันนั้น ที่น้องพาผมไปที่สนามกอล์ฟ และสอนการจับไม้กอล์ฟให้ถูกต้อง
เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราได้เล่นกัน

I didn't see much of you as an adult
and I wish I'd told you when I could
you will always be my brother
even as our spirits age.
One day we'll meet again
and tee off golf shots into the sky.
until then, be cool, my brother
you're with us every day.

มีต่อ 

เถ้ากระดูกเดินทางไกล (10)

Melaleuca Station Memorial Gardens and Crematorium

ศาลแฟมิลี่ตีตราประทับอนุมัติการตกลงเรื่องมรดก
แล้วก็ออกคำสั่งตามเนื้อความว่า พ่อแม่ต้องเอาเถ้ากระดูก ส่วนแบ่งของฝ่ายลูกโทนี่ ไปฝากไว้ที่สถานที่ปลงศพ
หมายถึงพ่อแม่ต้องบินกลับไปออสซี่อีกที เพื่อทำตามคำสั่งนั้น
เพราะหลังจากน้องเราเสีย พ่อแม่ตัดสินใจขายบ้านที่ Tweed Valley นั้นแล้วก็ย้ายกลับไปที่นิวซีแลนด์ฟูลไทม์
อยู่ที่บ้านออสซี่ที่ไรก็นึกถึน้อง รู้สึกเศร้าเกินไปที่จะรับได้
พ่อแม่เลยบินกลับไปที่ออสซี่ เป็นทริปเศร้าโศกเหลือเกิน

เค้าเช่ารถจากเมือง Brisbane ขับรถเดินทางไปที่ tweed valley ต่อ ระยะทาง 130 กิโลเมตร
ในระหว่างทางก็พักแรมมี่ รร
พ่อแม่เลยเปลี่ยนโฉมเป็น grey nomad เพื่อทำหน้าที่ที่ไม่อยากทำหรอก
โทนี่เลือกสถานที่ปลงศพใหญ่ๆ ในแถบทวีดวลลี้ tweed valley ชื่อ
Melaleuca Station Memorial Garden and Crematorium
เห็นจากตึกใหญ่ในรูป เป็นสไตล์โกธิค
Melaleuca เป็นสถานที่โด่งดังแถวนั้น มีประวัติศาสตร์ยาวนานด้วย
จากดังเดิมเป็นไร่อ้อย 4 ha สมัย 20 ปีที่แล้ว
ต่อมาเปลี่ยนเป็นที่เพาะต้นไม้ เล็กๆ
และล่าสุดพัฒนาขึ้นกลายเป็น ฌาปนสถาน
ที่ประกอบไปด้วยกับร้านอาหารที่เค้าเรียกว่า
Reflections cafe
เอาไว้เพื่อนึกถึงคนที่จากไป
วันนั้นที่พ่อแม่ ทิ้งเถ้ากระดูก น้องไว้ตามคำสั่งศาลแฟมิลี่
เค้ามีดราม่านิดหนึ่ง
พอไปถึงแล้วก็เป็นช่วงเวลาดึกดื่
พ่อแม่ถามเจ้าหน้าที่ ว่าต้องฝาก ashes น้องเราเอาไว้กับใคร
แต่ไม่มีใครรู้เรื่องอะไรเลย
แม่ต้องควักใบมรณะด้วยพร้อมกับคำพิพากษาของศาลออกให้เจ้าหน้าที่ดู
โชคดีหรือไม่ก็ไม่รู้ พอเห็นหลักฐานพ่อแม่แล้ว เค้าก็ตกลงรับฝากโกศเดวิด
แล้วก็บอกว่า จะรับมอบส่งให้ไปยังนางเมียเก่าน้องชายเราที่ขี้ลืม นั้นให้
คือเราต้องถามหน่อยสิ มึงอยากเอาจริงๆหรืออยากแกล้งเฉยๆ
นี่พ่อแม่ผมนะ เค้าแก่แล้ว ไม่ใช่เป็นของเล่นของมึง

มีต่อ

เถ้ากระดูกเดินทางไกล (9)

บ้านน้องชาย

ถึงว่าเราจะไม่ได้คุยกันแล้ว แต่อดีตเมียน้องชายเราต้องเป็นตัวปั่นป่วนให้ได้
หลังจากทาง รพ มอบส่งศพน้องเราให้พวกเรา
ฝ่ายโทนี่บอกผ่านทางทนาย ว่าเค้าอยากตั้งงานศพให้น้องเราที่ริมชายหาด หน้าบ้านเค้า
แล้วก็ชวนพวกเพื่อนพ้องและญาติไปรวมตัวกันที่นั้น ซึ่งพวกเราต่อต้าน
เราคุยกับบริษัทรับจัดงานศพแถวนั้นว่าจะทำอะไรดีในเคสที่ทั้งสองครอบครัวที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
เค้าเล่าให้ฟังว่า เคยมีเคสแบบนี้มาก่อน ที่ฝ่ายหนึ่งจ้างให้เค้าจัดประกอบพิธีฌาปนกิจศพ
แต่พอรับรู้ อีกฝ่ายซึ่งอยากตั้งงานศพของเค้าเอง บุกเข้าสถานที่และแย่งยึดเอาศพไปก่อนงานศพเสร็จ
เค้าแนะให้เราจัดงานเงียบๆโดยไม่แจ้งหรือชวนใคร
จากนั้นพอถึงนัดงานเผาศพ เรารวมตัวกันที่ funeral home นั้น
และค่อยทยอยเดินไปมองศพน้องเราที่ตั้งไว้ในห้องรับแขกหลังผ้าม่าน ที่ละคนเพื่อบอกลาก่อนน้องเราจนเสร็จ
จบแล้วเรานั่งในห้องรับแขกมองดูโลงศพน้องเราถูกเอาเข้าเตาเผา
ตามคำแนะทาง funeral home เราไม่ได้ชวนใครให้ร่วมงานนอกจากครอบครัวเราเอง
แน่นอนฝ่ายโทนี่ไม่พอใจที่เราทำกันแบบนี้
ในเวลาต่อมา โทนี่บ่นกับทางทนายว่า ลูกๆของน้องเราไม่มีที่ไว้อาลัยพ่อเค้า (แต่เค้ายังจัดงานไว้อาลัยส่วนตัวที่บ้านโดยไม่มีศพ)
ซึ่งก็จริง แต่พ่อแม่เราใจบุญดี ไม่ได้ลืมลูกหลานหรอก
เค้าให้ทางบริษัทรับจัดงานศพนั้น แบ่งแยกเถ้ากระดูกเป็นคนละส่วนกัน ส่วนหนึ่งเราจะเก็บจัดแบ่งแยกต่อกันเองในครอบครัวของเรา คนละชุด อีกส่วนหนึ่งเราจะเก็บเอาไว้ให้ลูกๆของน้องเรา ซึ่งพ่อแม่กะว่าจะมอบส่งให้ด้วยมือเค้าเอง หลังจากลูกหลานนั้นโตพอที่จะเค้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น
-
ต่อจากงานศพนั้น
ทั้งสองฝ่ายเริ่มเจราจากันเรื่งมรดกน้องเรา
น่าเสียดายที่พินัยกรรมของน้อง ไม่ระบุว่าเราต้องจัดการกับเถ้กระดูกเค้ายังไง
เพราะอีโทนี่ถือโอกาสนี้ไปต่อรองเรื่องให้ยืดยาดเป็นอีกหลายปี
โดยโทนี่ถือเอาเรื่องเถ้ากระดูกให้เป็นเรื่องใหญ่ในการเจราจา
เค้าเรียกร้องขอให้เก็บเถ้ากระดูกน้องเราไว้ที่ australia ก่อน
ลูกหลานเราจะได้ไปสถานที่จัดเก็บโกศเถ้ากระดูกนี้เพื่อรำลึกนึกถึงพ่อเค้าได้
เราไม่ยอมเพราะพวกเราส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ new zealand เกือบหมด
นอกนั้นก็มีเรื่องที่ พ่อแม่เราอยากได้เจอหลานๆ บ้างแล้วก็มอบส่งเถ้ากระดูกไปเอง
แต่โทนี่ปฏิเสธคำร้องของเราไป
โดยยืนกรานว่า พ่อแม่ต้องฝากเถ้ากระดูกส่วนของให้ลูกเค้านั้น ไว้ที่สถานที่ปลงศพใกล้บ้านเค้า และห้ามไปติดต่อลูกๆเค้าอีก
พ่อแม่เสียใจ เพราะรักลูกเดวิดมาก และอยากได้กอดลูกหลานด้วยอีกบ้าง
ลูกหลานสามคนนี้เป็นร่องรอยเชื้อสายสุดท้าย ของเดวิด ที่ยังอยู่บนโลกนี้
แต่อีโทนี่ อดีตลูกสะใภ้ใจดำไม่ยอมให้พบเจอ
การเจราจากันเรื่องแบ่งแยกมรดกระหว่างโทนี่กับทรัสต์นั้น ใช้เวลา 4.5 ปีถึงสำเร็จ
ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับเถ้ากระดูกเป็นข้อขัดแย้งกันอันสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องสู้กันก่อนจบ
โทนี่ขู่ว่าถ้าเราไม่ยอมอ่อนข้อ เค้าจะเอาเรื่องขึ้นในศาลครอบครัเลย และเรียกพ่อแม่เรามาเป็นพยาน
เค้าเลื่อนเวลาออกไปถึงสามวันสุดท้ายก่อนกำหนดเวลาขึ้นศาลเป็นเฮียริง
น้องสาวพร้อมทนาย ต้องยอมอ่อนข้อให้เค้าเพราะไม่อยากขึ้นศาล
โดยทิ้งข้อเสนอของฝ่ายเราว่าจะส่งเถ้ากระดูกให้ลูกเค้าเอง
และให้พ่อแม่ฝากทิ้งเถ้ากระดูกไว้กับสถานที่ปลงศพที่โทนี่เลือก
ทนายที่จัดการเรื่องบอกพ่อแม่ตอนหลังว่า

Toni pushed it to a point where we were forced to prepare all the trial affidavits and documents. It was ultimately only days before the trial was scheduled to start, on 19 October 2016, that further compromises were made by both sides and agreement on every point was reached.

If, when and how the ashes should be provided to the children was the only issue in the end that was impossible to resolve and unless a compromise was able to be reached, would have meant the derailing of the entire settlement and the full two day hearing proceed.(อีเมล, 14 ก.พ 2017)

โพส์ตเด่น

Catching up

ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลยเป็ นเวลา 6 เดือนแล้วแต่ไม่ใช่ หลังจากโพสต์ที่แล้วเราดันไปติ ดโควิดมา ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านนอกจากว่ าไปหาหมอ ติดโควิดเ...

โพส์ตนิยม